คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2011/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ประกันต้องรับผิดตามสัญญาประกันเมื่อผู้ประกันผิดสัญญาประกัน แม้ภายหลังจำเลยจะถูกพิพากษาให้ปล่อยตัวก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ผู้ประกันไม่ส่งตัวจำเลยมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เพราะจำเลยหลบหนี ศาลชั้นต้นจึงปรับผู้ประกันเต็มตามสัญญาประกัน แม้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ปล่อยตัวจำเลย ก็มิใช่เหตุที่ทำให้ผู้ประกันไม่ต้องรับผิดตามสัญญาประกันเพราะความรับผิดตามสัญญาประกันเกิดจากการผิดสัญญาประกัน เมื่อผู้ประกันผิดสัญญาประกันก็หาพ้นความรับผิดไม่ ส่วนผลของคำพิพากษาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่ช่วยให้ผู้ประกันพ้นความรับผิดตามสัญญาประกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีสืบเนื่องจากจำเลยที่ ๑ ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์ ครั้นถึงกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ประกันของจำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอเลื่อนการส่งตัวจำเลยที่ ๑ ต่อศาลชั้นต้น อ้างว่าจำเลยที่ ๑ ไปธุระต่างจังหวัดยังกลับมาไม่ทัน ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้ออ้างของผู้ประกันจำเลยที่ ๑ ยังไม่มีเหตุอันควร พฤติการณ์มีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยที่ ๑ จะหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามวันนัด จึงให้ออกหมายจับจำเลยที่ ๑ มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และถือว่าผู้ประกันผิดสัญญาประกัน ให้ปรับผู้ประกันเต็มตามสัญญาประกัน
ผู้ประกันจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ขอให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไป โดยไม่ถือว่าผู้ประกันผิดสัญญาประกันและไม่ปรับผู้ประกัน
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเชื่อว่าจำเลยที่ ๑ หลบหนีจริงผู้ประกันจึงผิดสัญญาประกัน พิพากษายืน
ผู้ประกันจำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ มีเจตนาที่จะหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตั้งแต่วันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นัดแรก ผู้ประกันจึงไม่สามารถที่จะนำตัวจำเลยที่ ๑ มาส่งศาลได้ตลอดมาทุกนัด แม้ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ปล่อยจำเลยที่ ๑ แล้วก็ตาม ก็มิใช่เหตุที่ทำให้ผู้ประกันไม่ต้องรับผิดตามสัญญาประกัน เพราะความรับผิดตามสัญญาประกันเกิดจากการผิดสัญญาประกันที่ผู้ประกันไม่นำตัวจำเลยที่ ๑ มาส่งศาลตามนัดเมื่อผู้ประกันผิดสัญญาประกันก็หาพ้นความรับผิดแต่อย่างใดไม่ ส่วนผลของคำพิพากษาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่ช่วยให้ผู้ประกันพ้นความรับผิดตามสัญญาประกันไปได้แต่ประการใด เห็นว่าการที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ปรับผู้ประกันตามสัญญาประกันนั้นเหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่เป็นการรุนแรงมากไปดังที่ผู้ประกันจำเลยที่ ๑ ฎีกา และไม่มีเหตุสมควรที่จะลดหย่อนให้อีก เพราะตั้งแต่ประกันตัวจำเลยที่ ๑ ไปแล้ว ผู้ประกันไม่เคยนำตัวจำเลยที่ ๑ มาส่งศาลเลย
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2011/2530
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายโกวิทย์ ยุทธนากุล ผู้ประกัน
นายตันเคียงเฮงหรือยุยไฟชาน กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ผู้ประกัน - นายโกวิทย์ ยุทธนากุล · จำเลย - นายตันเคียงเฮงหรือยุยไฟชาน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง · สุทิน นนทแก้ว |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายชัยชนะ ตัญจพัฒน์กุล · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร ทองประยูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา