คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1075/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อนายประกันไม่สามารถนำตัวจำเลยมาส่งศาลได้ตามกำหนด ถือว่านายประกันผิดสัญญาประกัน และการที่ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ ศาลยังไม่ได้สั่ง จึงยังไม่มีผลตามกฎหมาย และไม่ทำให้นายประกันพ้นความรับผิด
ย่อคำพิพากษา
ถึงวันนัดส่งตัวจำเลยต่อศาล นายประกันยื่นคำร้องว่า จำเลยได้ชำระเงินแก่ผู้เสียหายแล้ว ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ และผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ศาลสอบโจทก์
โจทก์แถลงว่าไม่อาจรับรองได้ว่าเป็นผู้เสียหายจริงหรือไม่ ขอสอบถามพนักงานสอบสวน ศาลสั่งนัดพร้อม ครั้นถึงวันนัดพร้อม นายประกันแถลงว่าไม่สามารถนำตัวจำเลยส่งศาลได้ และผู้เสียหายไม่มาศาล ดังนี้ เมื่อนายประกันไม่สามารถส่งตัวจำเลยต่อศาลได้ตามกำหนด ต้องถือว่านายประกันผิดสัญญาประกัน ส่วนคำร้องของผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์นั้นศาลยังไม่ได้สั่ง จึงต้องถือว่ายังไม่มีการขอถอนคำร้องทุกข์ที่มีผลตามกฎหมาย คดีไม่ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 การที่ศาลจะสั่งคำร้องของผู้เสียหายหรือไม่นั้น เป็นเรื่องระหว่างศาลกับผู้เสียหาย ไม่ทำให้นายประกันพ้นความรับผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกง ศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้อง ในวันเดียวกันนี้ นายประกันยื่นคำร้องว่า ได้ประกันตัวจำเลยไปในระหว่างสอบสวนขอฝากขังจำเลยไม่มาศาล ขอเลื่อนการส่งตัว ศาลสั่งให้ส่งตัวจำเลยใน ๑๐ วัน ครั้นถึงกำหนดนายประกันยื่นคำร้องขอผัดส่งตัวจำเลย ๑๕ วัน ศาลสั่งอนุญาตเป็นครั้งสุดท้าย ครั้นถึงกำหนด นายประกันยื่นคำร้องอีกว่า จำเลยกับญาติได้นำเงินไปชำระแก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ และในวันนี้ผู้เสียหายได้ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ศาลสอบโจทก์ โจทก์แถลงว่าไม่อาจรับรองได้ว่าจะใช่ผู้เสียหายในคดีนี้หรือไม่ขอให้นัดพร้อมเพื่อสอบถามพนักงานสอบสวนก่อน ในวันนัดพร้อมนายประกันแถลงว่าไม่สามารถนำตัวจำเลยมาส่งศาลได้ ส่วนผู้เสียหายไม่มาศาล ศาลเห็นว่าจำเลยหลบหนีออกหมายจับจำเลยและปรับนายประกัน
นายประกันอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
นายประกันฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า นายประกันผิดสัญญาประกันแล้ว ส่วนคำร้องของผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์นั้น ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นความจริงตามคำร้องและศาลยังไม่ได้สั่งคำร้อง จึงต้องถือว่ายังไม่มีการขอถอนคำร้องทุกข์ที่มีผลตามกฎหมาย การที่ศาลจะสั่งคำร้องของผู้เสียหายหรือไม่นั้นเป็นเรื่องระหว่างศาลกับผู้เสียหาย ไม่ทำให้นายประกันพ้นความรับผิด นายประกันมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลและสัญญาประกัน เมื่อคำร้องของนายคร่ำยังฟังไม่ได้ว่าเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ โจทก์ยังมีอำนาจดำเนินคดีต่อไป คดีของโจทก์ไม่ระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ ส่วนมาตรา ๑๘ ที่นายประกันอ้างเป็นเรื่องการคืนหลักประกัน ไม่ใช่เรื่องคดีอาญาระงับ เมื่อศาลสั่งให้นายประกันส่งตัวจำเลยต่อศาล นายประกันไม่สามารถส่งตัวได้ตามกำหนด ต้องถือว่านายประกันผิดสัญญาประกันศาลชั้นต้นสั่งชอบแล้ว
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1075/2510
อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
นายเฮง แซ่ตั้ง จำเลย
นายเทียน บุญกลาง นายประกันจำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายเฮง แซ่ตั้ง · นายประกันจำเลย - นายเทียน บุญกลาง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชิต บุณยประภัศร · พยุง วัฒนสิงหะ · แถม สิริสาลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา · ศาลอุทธรณ์ - นายสุพรรณ อยู่เกษ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา