⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1260/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1260/2558

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ประกันมีหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาศาลตามกำหนด หากผิดสัญญาประกัน ศาลอาจลดค่าปรับได้หากผู้ประกันได้ตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาภายในอายุความทางอาญา แม้จะเกิน 10 ปีนับแต่วันที่ศาลสั่งปรับก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ในคดีอาญา ผู้ประกันซึ่งทำสัญญาประกันว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อศาลมีหน้าที่จะต้องนำตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาศาลตามกำหนดหรือตามที่ศาลมีหมายเรียก ซึ่งหากผิดสัญญาก็มิใช่เพียงแต่ก่อให้เกิดความเสียหายภายในวงเงินตามสัญญาประกันเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมทางศาลด้วย และตราบใดที่ผู้ประกันยังไม่ส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อศาลก็ต้องถือว่ายังคงผิดสัญญาประกันที่ทำไว้ต่อศาลอยู่ตราบนั้น แต่หากผู้ประกันขวนขวายได้ตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาภายในอายุความทางอาญา ศาลในคดีนั้น ๆ ก็ยังอาจลดค่าปรับลงได้ตามพฤติการณ์แห่งคดีแม้จะส่งมอบตัวเกิน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งปรับผู้ประกันก็ตาม เมื่อผู้ประกันในคดีอาญาต่าง ๆ รวมทั้งผู้ประกันในคดีนี้มีสิทธิและหน้าที่ดังเช่นที่กล่าวมา ผู้ร้องในคดีนี้จึงชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำสั่งของศาลที่สั่งปรับผู้ประกันได้แม้จะเกินกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งปรับผู้ประกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.112 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.119

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย ต่อมาผู้ประกันผิดสัญญาประกันไม่ส่งตัวจำเลยตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นสั่งปรับผู้ประกันตามสัญญาประกันเป็นเงิน 55,000 บาท ต่อมาศาลชั้นต้นออกหมายนัดให้ผู้ประกันชำระค่าปรับ ผู้ประกันขอผ่อนชำระค่าปรับ ศาลชั้นต้นอนุญาต แต่ผู้ประกันไม่ผ่อนชำระค่าปรับ ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์และผู้ร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ขยายระยะเวลาการบังคับคดีออกไป 2 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง ผู้ประกันยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ขยายระยะเวลาบังคับคดี ผู้ประกันอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ผู้ประกันฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ผู้ประกันผิดสัญญาประกันไม่ส่งตัวจำเลยตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นสั่งปรับผู้ประกันตามสัญญาประกันเป็นเงิน 55,000 บาท ศาลชั้นต้นออกหมายนัดให้ผู้ประกันชำระค่าปรับและหมายบังคับคดีแล้ว คดีครบกำหนดระยะเวลาการบังคับคดีสิบปี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2551 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ประกันว่า การที่ศาลชั้นต้นงดไต่สวนคำร้องของผู้ร้องเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาบังคับคดีนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ไม่ได้บัญญัติไว้ว่า ก่อนที่ศาลจะสั่งคำร้องจะต้องไต่สวนคำร้องดังกล่าวเสียก่อน ศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจใช้ดุลพินิจว่าจะทำการไต่สวนคำร้องดังกล่าวหรือไม่ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 (4) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 การที่ศาลชั้นต้นไม่ไต่สวนคำร้องขอขยายระยะเวลาบังคับคดีของผู้ร้องจึงไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของผู้ประกันข้อนี้ฟังไม่ขึ้น สำหรับที่ผู้ประกันฎีกาว่า เหตุตามคำร้องของผู้ร้องไม่ใช่เหตุสุดวิสัยอันจะทำให้ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องเมื่อสิ้นระยะเวลาการบังคับคดี นั้น เห็นว่า การทำสัญญาประกันอันเนื่องมาจากศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยชั่วคราวโดยมีประกันหรือมีประกันและหลักประกันบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 112 ส่วนการบังคับในกรณีมีการผิดสัญญาประกันบัญญัติไว้ในมาตรา 119 จึงถือได้ว่า การบังคับตามสัญญาประกันเป็นเรื่องของกระบวนพิจารณาทางอาญาโดยแท้ การพิจารณาถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้ที่ทำสัญญาประกันต่อศาลจึงต้องพิจารณาจากบริบทของคดีอาญาเป็นสำคัญโดยในคดีอาญานั้น ผู้ประกันซึ่งทำสัญญาประกันว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อศาลมีหน้าที่จะต้องนำตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมามอบต่อศาลตามกำหนดหรือตามที่ศาลมีหมายเรียกซึ่งหากผิดสัญญาก็มิใช่เพียงแต่ก่อให้เกิดความเสียหายภายในวงเงินตามสัญญาประกันเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมทางศาลด้วย และตราบใดที่ผู้ประกันยังไม่ส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อศาลก็ต้องถือว่ายังคงผิดสัญญาประกันที่ทำไว้ต่อศาลอยู่ตราบนั้น แต่หากผู้ประกันขวนขวายได้ตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาภายในอายุความทางอาญา ศาลในคดีนั้นๆ ก็ยังอาจลดค่าปรับลงได้ตามพฤติการณ์แห่งคดีแม้จะส่งมอบตัวเกิน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งปรับผู้ประกันก็ตาม เมื่อผู้ประกันในคดีอาญาต่างๆ รวมทั้งผู้ประกันในคดีนี้มีสิทธิและหน้าที่ดังเช่นที่กล่าวมา ผู้ร้องในคดีนี้จึงชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำสั่งของศาลที่สั่งปรับผู้ประกันได้แม้จะเกินกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งปรับผู้ประกัน เมื่อผู้ร้องยังคงมีสิทธิที่จะบังคับคดีแก่ผู้ประกันได้ก็หาจำต้องร้องขอขยายระยะเวลาในการบังคับคดีไม่ กรณีจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยฎีกาของผู้ประกันว่ากรณีมีเหตุสุดวิสัยที่จะขยายระยะเวลาให้แก่ผู้ร้องหรือไม่ พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ยกอุทธรณ์ของผู้ประกัน ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 และยกฎีกาของผู้ประกัน กับให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสียด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1260/2558 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงอุบลราชธานี โจทก์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ ประจำศาลแขวงอุบลราชธานี ผู้ร้อง นางสมใจ มาสุขหรือทองดี ผู้ประกัน นายสุรพงษ์ ทองดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงอุบลราชธานี · ผู้ร้อง - ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลแขวงอุบลราชธานี · ผู้ประกัน - นางสมใจ มาสุขหรือทองดี · จำเลย - นายสุรพงษ์ ทองดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี · สมยศ เข็มทอง · ปกรณ์ มหรรณพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงอุบลราชธานี - นางสาวจิราพร คกาทอง · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายวิรัช จารุนิธิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3807/2557

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1323/2535ฎีกา 2751/2522ฎีกา 850/2532ฎีกา 620/2524ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2661/2523ฎีกา 26/2487ฎีกา 138/2525ฎีกา 2050/2527ฎีกา 568/2531ฎีกา 2843/2532ฎีกา 6625/2540ฎีกา 103/2525ฎีกา 7635/2556ฎีกา 359/2535ฎีกา 553/2510ฎีกา 835/2533ฎีกา 15250/2557ฎีกา 458/2533ฎีกา 720/2534ฎีกา 2929/2517ฎีกา 4282/2529ฎีกา 162/2524ฎีกา 1384/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา