⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 749-750/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 749-750/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- ฟ้องโจทก์ที่อ้างมาตรากฎหมายที่บัญญัติว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิด ถือว่าสมบูรณ์ แม้บทกฎหมายที่อ้างจะถูกยกเลิกไปแล้วก็ตาม ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยได้หากข้อเท็จจริงตามฟ้องสืบสมบูรณ์ - ฟ้องคดีอาญาที่ไม่มีลายมือชื่อผู้เรียง ถือว่าไม่เป็นฟ้องตามกฎหมาย ศาลต้องยกฟ้องโดยไม่ต้องพิจารณาประเด็นอื่นอีก - การบังคับตามคำพิพากษาที่ยังไม่มีคำสั่งของศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับประเด็นนั้น ย่อมยังไม่เป็นปัญหาที่ศาลฎีกาจะพิจารณาได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยโดยให้วางโทษฐานปาณีตาม ก.ม.อาญา ม.59 และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้เพราะต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 218 คำขอให้ลงโทษของโจทก์ ๆ มิได้อ้าง พ.ร.บ.ป่ไม้ พ.ศ.2484 ม.69,73 คงอ้างมาแต่ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ม.16,17 เช่นนี้ถือได้แล้วว่าฟ้องโจทก์ได้อ้างมาตราใน ก.ม.ซึ่งบัญญัติว่าการกระทำของจำเลยนั้นเป็นความผิดและความใน พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.69,73 ได้ถูกยกเลิกตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ม.16,17 แล้วเมื่อศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์สืบสม ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยได้แม้ศาลจะอ้าง ม.69 และ 73 แห่งพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เป็นบทลงโทษด้วยก็หาทำให้จำเลยพ้นผิดไปได้ไม่จึงถือว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรรณ์ตาม ป.วิ.อาญา ม.158(6) และการที่ศาลลงโทษจำเลยก็ชอบด้วยกระบวนวิธีพิจารณาแล้ว ปัญหาว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วย ก.ม.หรือไม่เพราะไม่มีลายมือชื่อผู้เรียงถือว่าเป็นปัญหาข้อ ก.ม.ที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้หยิบยกขึ้นโต้เถียงในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่จำเลยย่อมหยิบยกขึ้นโต้เถียงในชั้นศาลฎีกาได้เสมอ ปรากฏว่าฟ้องของโจทก์ไม่มีลายมือชื่อผู้เรียงจริง จึงถือว่าไม่เป็นฟ้องตาม ป.วิ.อาญา ม.158(7) ศาลต้องยกฟ้องเสียโดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงปัญหาอื่นอีก จำเลยฎีกาว่าจำเลยได้ชำระค่าปรับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้แล้ว แต่จำเลยต้องถูกขังเกินกำหนดเวลาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุกและปรับมา ศาลควรต้องหักเวลาที่ต้องขังเกินกำหนดโดยคิดเป็นเงินวันละ 1 บาท คืนให้จำเลยนั้น กรณีเป็นเรื่องบังคับตามคำพิพากษา เมื่อยังไม่ปรากฏว่าศาลล่างได้มีคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างไรย่อมถือว่ายังไม่มีปัญหามาสู่ศาลฎีกา ๆ จึงไม่วินิจฉัยให้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.116 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ม.16 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ม.17 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.69 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.73 พระราชบัญญัติรักษาป่าไม้ พ.ศ.2456 ม.158 พระราชบัญญัติรักษาป่าไม้ พ.ศ.2456 ม.218 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ.2499 ม.13

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีไม้สักหวงห้ามไม่รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๖๙,๗๓ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ ม.๑๖,๑๗ ให้จำคุก ๑ เดือน ปรับ ๕๐๐ บาท กับฐานปลอมดวงตราในราชการตาม ก.ม.อาญา ม.๒๑๑๑ ๒๑๓ ให้จำคุก ๑ ปี รวมเป็นโทษจำคุก ๑ ปี ๑ เดือน ปรับ ๕๐๐ บาท เพิ่โทษฐานไม่เข็ดหลาบอีก ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลย ๑ ปี ๕ เดือน ๑๐ วันและปรับ ๖๖๖.๖๖ บาท ไม้กับดวงตราของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ในคดีสำนวนแรกว่าจำเลยผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๖๙,๗๓ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ ม.๑๖,๑๗ ให้จำคุก ๑ เดือน ปรับ ๕๐๐ บาท และให้ลดโทษ ๑ ใน ๓ หักกลบลบกันไปไม่ต้องเพิ่มไม่ต้องลดส่วนสำนวนหลังให้ยกฟ้อง โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาคดีแล้วจะได้วินิจฉัยฎีกาโจทก์และจำเลยรวมกันไปเห็นว่าคดีสำนวนแรกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลจังหวัดลำพูนเพียงเล็กน้อยในข้อให้ลดโทษฐานปราณีตาม ก.ม.อาญา ม.๕๙ และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน ๕ ปี จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงเป็นอันยุติ ฟังว่าจำเลยกระทำผิดตามข้อกล่าวหาของโจทก์ ส่วนปัญหาข้อ ก.ม.ที่จำเลยคัดค้านอันควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยคงมี ๑. เรื่องโจทก์ไม่ได้อ้าง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๖๙,๗๓ มาในฟ้องคดีสำนวนแรกเลขแดงที่ ๔๘๔/๒๔๙๗ ของศาลจังหวัดลำพูน อ้างมาแต่ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ ม.๑๖,๑๗ ที่แก้ไขฉบับเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๖๙,๗๓ เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๕๘(๖) และที่ศาลลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๖๙,๗๓ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ ม.๑๖,๑๗ ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ๒. เรื่องฟ้องของโจทก์ในสำนวนคดีหลังเลขแดงที่ ๔๘๕/๒๔๙๗ ของศาลจังหวัดลำพูนไม่เป็นฟ้องที่ชอบด้วย ก.ม.เพราะไม่มีลายมือชื่อผู้เรียง เกี่ยวกับปัญหาข้อ ๑ นั้น จำเลยได้โต้แย้งคัดค้านมาตั้งแต่ศาลอุทธรณ์แล้ว ปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องโจทก์ได้อ้างมาตราใน ก.ม.ซึ่งบัญญัติว่าการกระทำของจำเลยนั้นเป็นความผิดและความใน พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๖๙,๗๓ ได้ถูกยกเลิกตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ ม.๑๖,๑๗ ที่โจทก์อ้างขอให้ลงโทษจำเลย เมื่อศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องนั้นโจทก์สืบสมย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยได้ แม้ศาลจะอ้าง ม.๖๙,๗๓ แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พงศ.๒๔๘๔ เป็นบทลงโทษด้วยก็หาทำให้จำเลยพ้นผิดไปได้ไม่ ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๕๘(๖) และการที่ศาลลงโทษจำเลยชอบด้วยกระบวนวิธีพิจารณา สำหรับปัญหาข้อ ๒ จำเลยแย้งยกขึ้นโต้เพียงในชั้นฎีกา แต่ก็เป็นข้อ ก.ม.ที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาได้ตรวจฟ้องของโจทก์ในคดีสำนวนหลังเลขแดงที่ ๔๘๕/๒๔๙๗ ของศาลจังหวัดลำพูน ก็ปรากฏว่าไม่มีรายมือชื่อผู้เรียงจริง ฟ้องของโจทก์ในคดีสำนวนหลังดังกล่าวแล้วจึงไม่เป็นฟ้องตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๕๘(๗) ศาลต้องยกฟ้องเสียไม่จำต้องพิจารณาถึงปัญหาอื่นอีก ส่วนข้อที่จำเลยยกขึ้นคัดค้านในชั้นฎีกาว่าจำเลยได้ชำระค่าปรับตามคำพิพากษาศาลจังหวัดลำพูนไว้แล้ว แต่ต้องถูกขังเกินกำหนดเวลาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุกและปรับมา ศาลควรหักเวลาที่ต้องขังเกินกำหนดคิดเป็นเงินวันละ ๑ บาทคืนเงินให้จำเลยนั้น ศาลฎีกาใคร่จะชี้แจงว่า กรณีนี้เป็นเรื่องบังคับตามคำพิพากษา ยังไม่ปรากฏว่าศาลล่างได้มีคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร จึงไม่มีปัญหาจะวินิจฉัยให้ ด้วยเหตุดังกล่าวมาแล้วจึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ * คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีไม้สักต้องห้ามไม่รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๖๙, ๗๓ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๖,๑๗ ให้จำคุก ๑ เดือน ปรับ ๕๐๐ บาท และฐานปลอมแปลงตราในราชการตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๒๑๑,๒๑๓ ให้จำคุก ๑ ปี รวมเป็นโทษจำคุก ๑ ปี ๑ เดือน ปรับ ๕๐๐ บาท เพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบอีก ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลย ๑ ปี ๕ เดือน ๑๐ วัน และปรับ ๖๖๖ บาท ๖๖ สตางค์ ไม้กับดวงตราของกลางให้ริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ในคดีสำนวนจำเลยผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ๒๔๘๔ มาตรา ๖๙,๗๓ และ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ มาตรา ๑๖,๑๗ ให้จำคุก ๑ เดือน ปรับ ๕๐๐ บาท เพิ่มโทษ ๑ ใน ๓ และให้ลดโทษ ๑ ใน ๓ หักกลบลบกันไปไม่ต้องเพิ่มไม่ต้องลด ส่วนสำนวนหลังให้ยกฟ้อง โจทก์และจำเลยฎีกา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 749 - 750/2499 อัยการจังหวัดลำพูน โจทก์ นายปวน จันทร์ติม จำเลย อัยการจังหวัดลำพูน โจทก์ นายปวน จันทร์ติม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดลำพูน · จำเลย - นายปวน จันทร์ติม · โจทก์ - อัยการจังหวัดลำพูน · จำเลย - นายปวน จันทร์ติม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดลำพูน - นายเกื้อ ศิร · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - นายเจน เวชศิลป
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2059/2522ฎีกา 74/2535ฎีกา 7407/2553ฎีกา 2560/2544ฎีกา 7273/2539ฎีกา 5813/2549ฎีกา 2690/2535ฎีกา 4825/2553ฎีกา 852/2490ฎีกา 6247/2545ฎีกา 1862-1863/2512ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 492/2539ฎีกา 6299/2534ฎีกา 4/2508ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6435/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 1588/2479
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา