⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5087/2568

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5087/2568

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ประกันยังไม่ได้มอบตัวจำเลยคืนต่อเจ้าพนักงานหรือศาล จำเลยจะยื่นคำร้องขอถอนฎีกาไม่ได้จนกว่าจะมีการส่งตัวจำเลยต่อศาล.

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะยื่นคำร้องขอถอนฎีกาด้วยตนเองและได้แสดงตัวตนในขณะยื่นคำร้องขอถอนฎีกา ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2567 แต่เมื่อขณะนั้นผู้ประกันยังไม่ได้มอบตัวจำเลยคืนต่อเจ้าพนักงานหรือศาลตาม ป.วิ.อ. มาตรา 116 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ศาลชั้นต้นจึงไม่อาจสั่งคำร้องขอถอนฎีกาของจำเลยได้ เพราะหากศาลชั้นต้นสั่งคำร้องดังกล่าวแล้ว ศาลชั้นต้นต้องออกหมายกักขังเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยในวันที่มีคำสั่ง เมื่อผู้ประกันเพิ่งนำตัวจำเลยมาส่งศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567 การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยถอนฎีกาและออกหมายกักขังเมื่อคดีถึงที่สุดนับแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2567 อันเป็นวันที่ผู้ประกันส่งตัวจำเลยต่อศาลชั้นต้น จึงชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.116 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.198 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.202 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานยักยอก จำคุก 6 เดือน 90 วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 90 วัน โดยให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนมีกำหนด 90 วัน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อกฎหมาย ต่อมาวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 จำเลยยื่นคำร้องขอถอนฎีกา โดยหมายเหตุท้ายคำร้องว่า ข้าพเจ้ารอฟังอยู่ ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องดังกล่าวเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 ว่า เนื่องจากจำเลยไม่มาปรากฏตัวต่อศาลในขณะยื่นคำร้องจึงให้ออกหมายนัดให้จำเลยและผู้ประกันมาฟังคำสั่งวันที่ 27 สิงหาคม 2567 เวลา 9 นาฬิกา เมื่อถึงวันนัดดังกล่าว จำเลย ทนายจำเลย และนายประกันมาศาล ศาลชั้นต้นสอบแล้วจำเลยยืนยันขอถอนฎีกาตามคำร้อง ศาลชั้นต้นจึงอนุญาตให้จำเลยถอนฎีกา และออกหมายกักขังเมื่อคดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567 หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยถอนฎีกาได้ และออกหมายกักขังเมื่อคดีถึงที่สุดวันที่ 27 สิงหาคม 2567 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยยื่นคำร้องขอถอนฎีกาเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 และจำเลยมาศาลในวันนั้น ซึ่งเป็นการยื่นโดยชอบแล้ว ถือว่าคดีถึงที่สุดนับแต่วันดังกล่าว ขอให้ศาลออกหมายจำคุกหรือกักขังเมื่อคดีถึงที่สุดนับแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2567 มิใช่ถึงนับแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2567 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า แม้จำเลยจะยื่นคำร้องขอถอนฎีกาเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 ก็ตาม แต่จำเลยไม่มาปรากฏตัวต่อศาล จำเลยจึงยังไม่ได้รับโทษกักขังตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 นอกจากนี้ศาลยังไม่มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยถอนฎีกาในวันดังกล่าว ต่อมาจำเลยมาศาลวันนี้ (วันที่ 27 สิงหาคม 2567) ศาลชั้นต้นสอบจำเลยแล้วยืนยันขอถอนฎีกา ศาลจึงมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยถอนฎีกา จึงมีผลให้จำเลยต้องรับโทษกักขังตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 และคดีถึงที่สุดในวันนี้ (วันที่ 27 สิงหาคม 2567) ให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นจึงออกหมายกักขังเมื่อคดีถึงที่สุดลงวันที่ 27 สิงหาคม 2567 ให้แก่จำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยมีว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายกักขังเมื่อคดีถึงที่สุด ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2567 ให้แก่จำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยจะยื่นคำร้องขอถอนฎีกาด้วยตนเองและได้แสดงตัวตนในขณะยื่นคำร้องขอถอนฎีกา กับข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแสดงตนของจำเลยต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา พ.ศ. 2563 ข้อ 10 (2) จำเลยไม่จำต้องมาแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาดังที่จำเลยอ้างในฎีกาก็ตาม แต่ขณะที่จำเลยยื่นคำร้องขอถอนฎีกานั้น จำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา จึงเป็นหน้าที่ของผู้ประกันซึ่งต้องมอบตัวจำเลยคืนต่อเจ้าพนักงานศาลหรือศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 116 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 เมื่อขณะนั้นผู้ประกันยังไม่ได้มอบตัวจำเลยคืนต่อเจ้าพนักงานหรือศาล เช่นนี้ ศาลชั้นต้นจึงไม่อาจสั่งคำร้องขอถอนฎีกาของจำเลยได้เพราะหากศาลชั้นต้นสั่งคำร้องดังกล่าวแล้ว ศาลชั้นต้นต้องออกหมายกักขังเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยในวันที่มีคำสั่ง การที่ผู้ประกันยังไม่ได้มอบตัวจำเลยต่อศาลชั้นต้น จึงไม่มีตัวจำเลยที่จะนำไปกักขังตามหมายกักขังเมื่อคดีถึงที่สุดได้ เมื่อผู้ประกันนำตัวจำเลยมาส่งศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567 ถือว่าผู้ประกันมอบตัวจำเลยคืนต่อศาลชั้นต้นตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยถอนฎีกาและออกหมายกักขังเมื่อคดีถึงที่สุดนับแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2567 อันเป็นวันที่ผู้ประกันส่งตัวจำเลยต่อศาลชั้นต้น จึงชอบด้วยกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ และฎีกาจำเลยข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษานี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5087/2568 บริษัท ท. โจทก์ นาง จ. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ท. · จำเลย - นาง จ.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เทพ อิงคสิทธิ์ · ธนาคม ลิ้มภักดี · ศรศักดิ์ กุลจิตติบวร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงสมุทรปราการ - นายบุญชัย เติมวิริยะกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุบิน ชิ้นประเสริฐ
แหล่งที่มาสรรหาฎีกาเด็ด
หมายเลขคดีดำอ.722/2568

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2406/2523ฎีกา 9174/2551ฎีกา 12564/2547ฎีกา 4942/2528ฎีกา 272/2565ฎีกา 1368/2549ฎีกา 7787/2551ฎีกา 2281/2545ฎีกา 2015/2547ฎีกา 4085/2545ฎีกา 9200/2552ฎีกา 6591/2537ฎีกา 8593/2544ฎีกา 779/2541ฎีกา 213/2539ฎีกา 1258/2542ฎีกา 1356-1360/2508ฎีกา 7352/2549ฎีกา 15144/2551ฎีกา 4537/2548ฎีกา 2486/2558ฎีกา 1353/2529ฎีกา 537/2554ฎีกา 2059/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สรรหาฎีกาเด็ด