⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2285/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2285/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยไม่มาศาลตามนัด ถือว่าจำเลยผิดสัญญาประกัน และนายประกันต้องรับผิดตามสัญญาประกันทันที แม้จำเลยจะหลงลืมวันนัดผิดก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องทำสัญญาประกันตัวจำเลยคดีอาญาไปจากศาลมีข้อความว่า ในระหว่างประกันผู้ร้องหรือจำเลยจะปฏิบัติตามนัดหรือหมายเรียกของเจ้าพนักงานหรือศาล มิฉะนั้นผู้ร้องยอมใช้เงินจำนวนหนึ่ง ดังนี้ เมื่อจำเลยเซ็นทราบวันนัดของศาลแล้ว จำเลยไม่มาศาลตามนัด เพราะหลงลืมจำวันนัดผิด อันเป็นความผิดของจำเลยเอง ก็ถือได้ว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามนัดของศาล และต้องถือว่าผู้ร้องซึ่งเป็นนายประกันได้ประพฤติผิดข้อสัญญาประกันดังกล่าวแล้ว ศาลมีอำนาจที่จะสั่งบังคับตามสัญญาประกันหรือตามที่ศาลเห็นควรได้แล้ว ในวันที่ผู้ร้องซึ่งเป็นนายประกันผิดนัด ศาลเพียงแต่มีคำสั่งว่าจำเลยและผู้ร้องผิดสัญญาประกัน กับให้หมายนัดผู้ร้องส่งตัวจำเลยใน 7 วัน ผู้ร้องและจำเลยไม่ได้มาศาลตามหมายนัดศาลจึงสั่งปรับผู้ร้องในวันนัดถัดมา แม้ในนัดหลังนี้ผู้ร้องและจำเลยไม่มาศาล เพราะไม่ได้รับหมายนัดให้ส่งตัวจำเลยก็ไม่เป็นการขัดขวางแก่การที่ศาล จะสั่งปรับผู้ร้อง เพราะถือได้ว่าผู้ร้องผิดสัญญาประกันมาตั้งแต่นัดแรกนั้นแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.112 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.119

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานและพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๑๗๒, ๑๗๓, ๑๗๔, ๙๐, ๙๑ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยมีหลักประกันศาลชั้นต้นอนุญาตได้ทำสัญญาประกันไว้ตามสัญญาประกันลงวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๑๔ นัดสืบพยานโจทก์นัดแรกตัวโจทก์ป่วย โจทก์ขอเลื่อนไปสืบพยานวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๑๔เวลา ๘.๓๐ นาฬิกา จำเลยเซ็นทราบวันนัดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาถึงวันนัดจำเลยและผู้ร้องไม่มาศาลโดยไม่ทราบสาเหตุศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยและผู้ร้องผิดสัญญาประกันแต่ตัวโจทก์ป่วยโจทก์ขอเลื่อนศาลสั่งให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๑๔ เวลา ๘.๓๐ นาฬิกาและให้หมายนัดผู้ร้องส่งตัวจำเลยใน ๗ วัน ในวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๑๔ จำเลยและผู้ร้องไม่มาศาล ปรากฏว่าเจ้าพนักงานไม่ได้ส่งหมายนัดให้ผู้ร้องตามคำสั่งศาล และนัดนี้ทนายโจทก์ขอถอนตัวจากการเป็นทนาย ศาลสั่งเลื่อนไปสืบพยานโจทก์วันที่ ๑พฤศจิกายน ๒๕๑๔ เวลา ๘.๓๐ นาฬิกา และสั่งปรับผู้ร้องตามสัญญาประกันกับให้หมายจับจำเลย วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๑๔ จำเลยและผู้ร้องมาศาล จำเลยแถลงว่าไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงหลบหนี เพราะจำเลยได้ฟ้องคดีแพ่งโจทก์ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีนี้ และอยู่ที่ศาลชั้นต้นเดียวกัน จึงหลงลืมวันนัดผิดวันไป ส่วนผู้ร้องแถลงว่าผู้ร้องไม่ได้มาศาล จึงไม่ทราบวันนัดแต่ได้กำชับให้จำเลยมาศาลตามกำหนดนัดผู้ร้องไม่ได้รับหมายของศาลให้ส่งตัวจำเลย แต่เมื่อทราบเรื่องจากทนายจำเลยก็รีบนำจำเลยมาส่งศาลขอให้งดโทษปรับผิดสัญญาประกัน ศาลชั้นต้นสั่งว่า ผู้ร้องนำจำเลยมาส่งศาล จึงลดค่าปรับให้ผู้ร้องกึ่งหนึ่ง(คงปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท) ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องไม่ได้มาศาลเพราะฤดูทำนามีภาระแต่ได้กำชับจำเลยแล้ว ที่มิได้นำจำเลยมาศาลวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๑๔ก็โดยเชื่อว่าจำเลยต้องมาศาลตามนัด ผู้ร้องไม่เคยได้รับหมายนัดให้ส่งตัวจำเลยมาศาลมิได้มีเจตนาผิดสัญญาประกัน ขอให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยไม่น่าหลบหนีคดี ที่จำเลยไม่มาศาลตามนัดเพราะความเข้าใจผิดหรือหลงลืม และหมายนัดให้ส่งตัวจำเลยก็ยังมิได้ส่งให้ผู้ร้องจึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องผิดนัดไม่มาศาลและส่งตัวจำเลยคดีที่จำเลยถูกฟ้อง ศาลยกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้ว จึงเห็นว่ายังไม่สมควรจะปรับผู้ร้องตามมาตรา ๑๑๙ พนักงานอัยการฎีกาขอให้ปรับผู้ร้องตามคำสั่งศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ร้องทั้งสองทำสัญญาประกันไว้ต่อศาลชั้นต้นมีข้อความในข้อ ๒ ว่า "ข้อ ๒ ในระหว่างประกันนี้ ข้าพเจ้าหรือนายแจ้ง บุตรดำ จำเลยจะปฏิบัติตามนัดหรือหมายเรียกของเจ้าพนักงานหรือศาล มิฉะนั้นข้าพเจ้ายอมรับผิดชอบใช้เงินจำนวนสามหมื่นบาทให้แก่ศาลจนครบ" ตามข้อสัญญาดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ในระหว่างประกัน นายประกันหรือจำเลยก็ดี จะปฏิบัติตามนัดหรือหมายเรียกของเจ้าพนักงานหรือศาลมิฉะนั้นนายประกันยอมรับผิดชอบใช้เงินเป็นจำนวนสามหมื่นบาทให้แก่ศาลจนครบ เมื่อจำเลยได้เซ็นทราบวันนัดของศาลเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๑๔ ในรายงานกระบวนพิจารณา ซึ่งศาลสั่งให้เลื่อนไปสืบพยานในวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๑๔ เวลา ๘.๓๐ นาฬิกา และจำเลยไม่มาศาลตามนัด เพราะหลงลืมจำวันนัดผิด อันเป็นความผิดของจำเลยเอง ถือได้ว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามนัดของศาล และต้องถือว่าผู้ร้องซึ่งเป็นนายประกันได้ประพฤติผิดสัญญาตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อ ๒ แห่งสัญญาประกันแล้วศาลมีอำนาจที่จะสั่งบังคับตามสัญญาประกันหรือตามที่ศาลเห็นควรได้แล้วตามมาตรา ๑๑๙ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแต่ศาลชั้นต้นก็ยังมิได้สั่งบังคับตามสัญญาไปในวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๑๔ เพียงแต่มีคำสั่งว่าจำเลยและผู้ร้องผิดสัญญาประกันเท่านั้น เพิ่งมาสั่งปรับผู้ร้องตามสัญญาประกันในวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๑๔ ซึ่งเป็นวันนัดที่เลื่อนมา แม้ในนัดนี้ผู้ร้องจะไม่ได้รับหมายนัดให้ผู้ร้องนำตัวจำเลยมาส่งศาล ก็ไม่เป็นการขัดขวางแก่การที่ศาลจะสั่งปรับผู้ร้องเพราะถือได้ว่าผู้ร้องได้เป็นผู้ผิดสัญญาประกันมาตั้งแต่ วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๑๔ แล้ว แต่ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว สมควรจะปรับผู้ร้องหรือไม่เพียงใดนั้นเป็นเรื่องดุลพินิจของศาล ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยผิดนัดไม่มาศาลในวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๑๔ และในวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๑๔ มิได้เป็นเหตุประวิงคดีทำให้การพิจารณาคดีล่าช้าเพราะโจทก์เป็นฝ่ายขอเลื่อนการสืบพยานของโจทก์ เมื่อศาลสั่งเลื่อนไปสืบพยานวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ผู้ร้องทราบเรื่องก็รีบนำจำเลยส่งศาลเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๑๔มิได้ทำให้วันนัดของศาลเสียไป พิพากษากลับ ให้ปรับผู้ร้องทั้งสองฐานผิดสัญญาประกันเป็นเงินห้าร้อยบาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2285/2515 นายกล้าย มุสิกวงษ์ โจทก์ นายแจ้ง บุตรดำ จำเลย นายเทือน แก้วทอง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน นายประกันผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกล้าย มุสิกวงษ์ · จำเลย - นายแจ้ง บุตรดำ · นายประกันผู้ร้อง - นายเทือน แก้วทอง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · ประสม เภกะสุต · รัตน์ ศรีไกรวิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายราเชนทร์ จัมปาสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายรื่น วิไลชนม์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1323/2535ฎีกา 2751/2522ฎีกา 850/2532ฎีกา 620/2524ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2661/2523ฎีกา 26/2487ฎีกา 138/2525ฎีกา 2050/2527ฎีกา 568/2531ฎีกา 2843/2532ฎีกา 6625/2540ฎีกา 103/2525ฎีกา 7635/2556ฎีกา 359/2535ฎีกา 553/2510ฎีกา 835/2533ฎีกา 15250/2557ฎีกา 458/2533ฎีกา 720/2534ฎีกา 2929/2517ฎีกา 4282/2529ฎีกา 1260/2558ฎีกา 162/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา