⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2905/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2905/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ลูกจ้างทุกประเภทมีสิทธิฟ้องนายจ้างได้เมื่อถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม การเลิกจ้างโดยประสงค์จะรับบุคคลอื่นเข้าทำงานแทนโดยไม่ปรากฏว่าลูกจ้างได้กระทำผิดวินัย ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องจำเลยโดยอาศัยสิทธิตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 ซึ่งมิได้กำหนดหรือแบ่งแยกประเภทของลูกจ้างที่มีสิทธิฟ้องร้องไว้ ลูกจ้างทุกประเภทจึงมีสิทธิฟ้องนายจ้างได้เมื่อถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมดังนั้น ไม่ว่าโจทก์จะเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายวันหรือลูกจ้างประจำก็ย่อมได้รับความคุ้มครองจากบทกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 บัญญัติให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้างว่ากรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างไม่เป็นธรรมหรือไม่มีเหตุอันสมควร ลูกจ้างมีสิทธิฟ้องบังคับให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือใช้ค่าเสียหายได้ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยประสงค์เพียงจะรับทหารผ่านศึกซึ่งพิการทุพพลภาพและครอบครัวเข้าทำงานแทนโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้กระทำผิดวินัยประการใด ย่อมเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความกระทบกระเทือนต่อการประกอบอาชีพตามปกติ จึงไม่ใช่เหตุอันสมควร ถือว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่สามารถรับโจทก์กลับเข้าทำงานได้เพราะมีงบประมาณจำกัดและไม่มีตำแหน่งงานให้โจทก์ ในข้อนี้จำเลยมิได้ให้การเป็นประเด็นไว้ในคำให้การ จึงเป็นเรื่องที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ศาลฎีกาพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเฉพาะประเด็นเรื่องการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ค่าชดเชยและค่าเสียหาย ให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดไม่มีเหตุอันสมควรจึงเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ไม่มีเหตุที่จำเลยและโจทก์จะไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ พิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมในอัตราค่าจ้างที่ได้รับในขณะเลิกจ้าง และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์แต่ละคนเท่ากับอัตราค่าจ้างและค่าครองชีพนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิม คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ที่ ๑๔ ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ที่ ๑๔ ไม่เป็นธรรม เป็นกรณีที่โจทก์ที่ ๑๔ ฟ้องจำเลยโดยอาศัยสิทธิตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๔๙ ตามมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมิได้กำหนดหรือแบ่งแยกประเภทของลูกจ้างที่มีสิทธิฟ้องร้องไว้ ย่อมหมายถึงลูกจ้างทุกประเภทมีสิทธิฟ้องร้องนายจ้างได้ในกรณีที่ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ฉะนั้นไม่ว่าโจทก์ที่ ๑๔ จะเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายวันหรือลูกจ้างประจำ โจทก์ที่ ๑๔ ก็ได้รับความคุ้มครองจากมาตรา ๔๙ เช่นเดียวกัน การที่จำเลยตกลงรับโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างของจำเลยโจทก์ย่อมหวังที่จะเป็นลูกจ้างของจำเลยสืบไปโดยจะไม่ถูกเลิกจ้างโดยปราศจากเหตุอันสมควร ดังนั้น เพื่อเป็นหลักประกันแก่ลูกจ้างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ จึงบัญญัติให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้างไว้ในมาตรา ๔๙ ว่ากรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างไม่เป็นธรรมหรือไม่มีเหตุอันสมควรลูกจ้างมีสิทธิฟ้องร้องบังคับให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือใช้ค่าเสียหายได้การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยประสงค์เพียงจะรับทหารผ่านศึกซึ่งพิการทุพพลภาพและครอบครัวเข้าทำงานแทนนั้น จำเลยน่าจะได้ดำเนินการเสียก่อนรับโจทก์เข้าทำงาน เมื่อจำเลยรับโจทก์เข้าทำงานแล้วและไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้กระทำผิดวินัยแต่ประการใด การที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ย่อมเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความกระทบกระเทือนต่อการประกอบอาชีพตามปกติจึงไม่ใช่เหตุอันสมควร ต้องถือว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยมีงบประมาณจำนวนจำกัดและไม่มีตำแหน่งงานให้แก่โจทก์ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์แล้วก็มิได้จ้างบุคคลอื่นเข้าทำงานแทน หากจะให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน จำเลยไม่สามารถที่จะปฏิบัติตามได้ เห็นว่าข้ออุทธรณ์ข้อนี้จำเลยมิได้ให้การเป็นประเด็นไว้ในคำให้การแต่อย่างใดจึงเป็นเรื่องที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2905/2529 นายณรงค์ ขันวิชัย กับพวก โจทก์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายณรงค์ ขันวิชัย กับพวก · จำเลย - องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร สุมิระ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสมมาตร พรหมานุกูล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 7919/2553ฎีกา 4359/2540ฎีกา 367/2568ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5086/2537ฎีกา 3136/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 859/2527ฎีกา 5712/2541ฎีกา 6252/2540ฎีกา 1479/2526ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2911/2524ฎีกา 1028/2564ฎีกา 9571/2544ฎีกา 5494/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา