⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3349/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3349/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้เจ้าพนักงานเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ไม่ถือเป็นการยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดก เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ทายาทมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกตามส่วนของตน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซึ่งเป็นทายาทได้ขอเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่มีชื่อเจ้ามรดก โดยอ้างต่อเจ้าพนักงานว่าจำเลยมีสิทธิในที่ดินนั้น และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ออกทับที่ดินของบุคคลอื่น ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าจำเลยยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดก เพราะแม้ไม่มีจำเลยหรือผู้ใดร้องขอให้เพิกถอน ทางราชการก็ต้องเพิกถอนอยู่แล้วทั้งนี้เนื่องจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินพิพาทออกทับที่ของบุคคลอื่น จึงไม่ถือว่าจำเลยกระทำการโดยฉ้อฉล อันเป็นการยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดก โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินพิพาทและค่าขาดประโยชน์ทำนาในที่ดินพิพาททั้งหมด ศาลฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์และเจ้ามรดกซึ่งเป็นบุตรจำเลยทั้งสอง เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่กรรม จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกบางส่วน ศาลย่อมพิพากษาให้โจทก์ได้รับส่วนแบ่งตามส่วนของตนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1605

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยาของเจ้ามรดก จำเลยทั้งสองเป็นบิดามารดาของเจ้ามรดก ก่อนเจ้ามรดกถึงแก่กรรม ได้ร่วมกับโจทก์ปลูกเรือนอาศัยอยู่ในที่ดินของจำเลยทั้งสอง ต่อมาโจทก์และเจ้ามรดกซื้อที่นา ๑ แปลง จึงแลกเปลี่ยนที่ดินของจำเลยทั้งสองดังกล่าว ซึ่งเจ้ามรดกได้ขอออกหนังสือรับรองทำประโยชน์ที่ดินหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่กรรม จำเลยทั้งสองได้ยักย้ายที่ดินมรดก โดยขอเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่มีชื่อเจ้ามรดก โดยอ้างต่อเจ้าพนักงานว่า จำเลยมีสิทธิในที่ดินนั้น และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ออกทับที่ดิน ส.ค.๑ ของบุคคลอื่น เจ้าพนักงานหลงเชื่อจึงมีคำสั่งเพิกถอน และจำเลยทั้งสองได้โอนมาเป็นของตนโดยทำเป็นลักษณะการซื้อขาย แล้วขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ จากนั้นได้ขับไล่โจทก์และบุตรออกจากที่ดินและบ้านของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินและเรือนพิพาทกับโรงสีข้าวเป็นของโจทก์กับเจ้ามรดก และส่วนของเจ้ามรดกตกทอดแก่ทายาทตามกฎหมายกับขอให้สั่งกำจัดมิให้จำเลยทั้งสองได้รับมรดกรวมทั้งขอให้เพิกถอนคำสั่งของนายอำเภอ และเพิกถอนการซื้อขายที่ดินเสียด้วย จำเลยทั้งสองให้การว่าที่ดินพิพาทออกทับที่ของบุคคลอื่น และได้มีการขายให้จำเลยทั้งสองจริง จำเลยทั้งสองได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาทางราชการจึงจดทะเบียนเป็นของจำเลยทั้งสองโดยถูกต้อง การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่เป็นการยักย้ายมรดก ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทและเรือนเป็นของโจทก์และเจ้ามรดกส่วนของผู้ตายตกทอดแก่ทายาท จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ถูกกำจัดมิให้รับมรดกของผู้ตายให้เพิกถอนการซื้อขายที่ดินและเพิกถอนคำสั่งของนายอำเภอ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทและเรือนอีกต่อไป ส่วนโรงสีนั้นจำเลยยังมีสิทธิอยู่ และโจทก์ไม่ได้ขอแบ่ง จึงขับไล่จำเลยและออกจากโรงสีไม่ได้ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ว่าจำเลยทั้งสองยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกหรือไม่นั้น เห็นว่า แม้ไม่มีจำเลยหรือผู้ใดร้องขอให้เพิกถอน น.ส.๓ ก. ที่ดินพิพาทที่ออกให้เจ้ามรดก ทางราชการก็ต้องเพิกถอนอยู่แล้ว ทั้งนี้เนื่องจาก น.ส.๓ ก. ที่ดินพิพาทออกทับที่ของบุคคลอื่น จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำการโดยฉ้อฉล ดังนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นการยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดก ส่วนปัญหาเรื่องค่าเสียหาย เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าโจทก์ขาดประโยชน์จากการทำนาพิพาทตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๕ ปีละ ๘,๐๐๐ บาท โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่อุทธรณ์ ถือว่ารับฟังเป็นยุติ โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินพิพาทและค่าขาดประโยชน์ทำนาในที่ดินพิพาททั้งหมด ศาลฎีกาฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์และนายสำเนียงบุตรจำเลยทั้งสอง เมื่อนายสำเนียงถึงแก่กรรม จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกของนายสำเนียงผู้ตายบางส่วน ศาลย่อมพิพากษาให้โจทก์ได้รับส่วนแบ่งส่วนของตนได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินและบ้านพิพาทเป็นของโจทก์และนายสำเนียงสามีโจทก์ร่วมกัน เมื่อนายสำเนียงถึงแก่กรรมจึงตกเป็นของโจทก์กึ่งหนึ่ง ส่วนอีกกึ่งหนึ่งที่เหลือตกเป็นส่วนได้ในฐานะโจทก์เป็นภริยาของนายสำเนียงเจ้ามรดกหนึ่งในห้าของจำเลยทั้งสองแบ่งที่ดินและบ้านพิพาทตามส่วนที่โจทก์พึงได้ และให้จำเลยทั้งสองชำระค่าโจทก์ขาดประโยชน์จากการทำนาพิพาทตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๕ ปีละ ๘,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองจัดการแบ่งที่ดินพิพาทให้โจทก์เสร็จเรียบร้อย คำขออื่นให้ยกเสียธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3349/2529 นางสังกา บุญโสม โจทก์ นายปาน บุญโสม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสังกา บุญโสม · จำเลย - นายปาน บุญโสม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมประสงค์ พานิชอัตรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายประสาน มีลาภ · ศาลอุทธรณ์ - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา