⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3532/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3532/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประกาศข้อความอันเป็นเท็จโดยสุจริตเพื่อป้องกันส่วนได้เสียของตนตามคลองธรรม ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์เป็นผู้เช่าอาคารและบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีต่อมาสัญญาเช่าหมดอายุ ทางราชการได้อนุมัติให้ ธ เป็นผู้เช่าในนามของคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมือง โจทก์ก็ยังคงอยู่ในที่เช่าและคงขายธูป เทียน และทองอีกต่อไปจำเลยได้ออกประกาศมีข้อความว่า 'โปรดทราบ ดอกไม้ ธูป เทียนทอง น้ำมัน ของเจ้าพ่อมีจำหน่ายที่ศาลาเพียงแห่งเดียว รายได้ทั้งนำมาบำรุงเจ้าพ่อ ร้านที่ขายอยู่เก่าหมดสัญญาแล้ว แต่ยังดื้อขายอยู่เพื่อเอารายได้เป็นของตัวเอง คณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี' เมื่อโจทก์ยอมรับว่าตั้งแต่ครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว โจทก์ไม่เคยนำเงินรายได้และค่าเช่าไปมอบให้ทางราชการเลย แสดงว่าโจทก์จำหน่ายสิ่งของดังกล่าวแล้วเอารายได้เป็นของตนเอง พฤติการณ์ของโจทก์จึงเป็นความจริงตามประกาศของจำเลย จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นกรรมการในคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีมีหน้าที่ควบคุมดูแลการดำเนินกิจการศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จำเลยที่ 5 ที่ 6 เป็นลูกจ้างคนงานของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จำเลยทั้งหกจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการดำเนินกิจการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองซึ่งเป็นการกุศลสาธารณประโยชน์และประชาชนทั่วไปมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องด้วย การที่จำเลยทั้งหกประกาศข้อความดังกล่าวโดยสุจริตเพื่อชอบธรรมป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(1) จึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.329

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙, ๘๓, ๓๒๖, ๓๒๘,๓๓๒ จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประกาศของจำเลยมีข้อความว่า "โปรดทราบ ดอกไม้ธูป เทียน ทอง น้ำมัน ของเจ้าพ่อมีจำหน่ายที่ศาลาเพียงแห่งเดียว รายได้ทั้งหมดนำมาบำรุงเจ้าพ่อ ร้านที่ขายอยู่เก่าหมดสัญญาแล้ว แต่ยังดื้อขายอยู่เพื่อเอารายได้เป็นของตัวเอง คณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี" เห็นว่าตามพฤติการณ์ของโจทก์นั้น เมื่อสัญญาเช่าที่โจทก์ทำกับทางราชการหมดอายุแล้วและทางราชการได้อนุมัติให้นายธงชัยเป็นผู้เช่าในนามของคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองแล้ว ปรากฏว่าโจทก์ก็ยังคงอยู่ในที่เช่า และคงขายธูปเทียนและทองอีกต่อไป และโจทก์เบิกความยอมรับว่า "นับแต่วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๔ ซึ่งเป็นวันครบกำหนดสัญญาฉบับสุดท้าย ข้าฯ ไม่เคยนำเงินรายได้และเงินค่าเช่าไปมอบให้กับทางอำเภอเมืองสุพรรณบุรีเลย ฯลฯ" แสดงว่าโจทก์จำหน่ายสิ่งของดังกล่าวแล้วเอารายได้เป็นของตนเอง พฤติการณ์ของโจทก์จึงเป็นความจริงตามประกาศของจำเลย จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ เป็นกรรมการในคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี มีหน้าที่ควบคุมดูแลการดำเนินกิจการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและจำเลยที่ ๕ ที่ ๖ เป็นลูกจ้างคนงานของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ถือได้ว่าจำเลยทั้งหกเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการดำเนินกิจการของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งเป็นการกุศลสาธารณประโยชน์และประชาชนทั่วไปมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องด้วย จึงถือได้ว่าจำเลยทั้งหกประกาศข้อความตามฟ้องโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙(๑) จึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามฟ้องคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3532/2529 นายสนั่น นิพิธกุล โจทก์ นายเสี่ยวคิม หรือไล่หุย แซ่ตั้ง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสนั่น นิพิธกุล · จำเลย - นายเสี่ยวคิม หรือไล่หุย แซ่ตั้ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงสุพรรณบุรี - นางสิริรัตน์ จันทรา · ศาลอุทธรณ์ - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 347/2519ฎีกา 4324/2552ฎีกา 3/2542ฎีกา 1140/2522ฎีกา 117/2529ฎีกา 437/2505ฎีกา 256/2518ฎีกา 1543/2519ฎีกา 858/2523ฎีกา 933/2493ฎีกา 3553/2550ฎีกา 108/2525ฎีกา 846/2505ฎีกา 1342/2517ฎีกา 613/2532ฎีกา 4960/2533ฎีกา 8511/2554ฎีกา 2143/2530ฎีกา 1756/2521ฎีกา 1077/2504ฎีกา 990/2508ฎีกา 406/2567ฎีกา 1183/2510ฎีกา 1124/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา