คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 363/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้เอกสารปลอมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ซึ่งเป็นความผิดคนละฐานกับการทำเอกสารปลอมตามมาตรา 264 หรือ 265
ย่อคำพิพากษา
การใช้เอกสารปลอมเป็นการกระทำอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ฐานหนึ่ง แม้มาตรา 268 จะบัญญัติว่า ผู้ใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำผิดตามมาตรา 264, 265 ฯลฯ ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ ก็ตาม ก็มิใช่จะถือว่าความผิดดังกล่าวเป็นความผิดฐานเดียวกันกับความผดนั้น ๆ ฉะนั้นเมื่อโจทก์บรรยายการกระทำผิดในข้อหานี้มาในคำฟ้อง แต่คำขอท้ายฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265 มิได้ระบุมาตรา 268 ด้วย จะถือว่าโจทก์ได้ขอให้ลงโทษในข้อหาใช้ป้ายวงกลมแสดงการชำระภาษีรถยนต์และแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมแล้วหาได้ไม่ จำเลยมิได้เป็นผู้ทำปลอม แต่เป็นผู้ใช้ป้ายและแผ่นป้ายดังกล่าวปลอม ซึ่งโจทก์มิได้ขอให้ลงโทษ จึงต้องยกฟ้องข้อหานี้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๑๔๖, ๒๖๔, ๒๖๕, ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๓๗๑, ๘๓, ๙๒ พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ พ.ศ. ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) มาตรา ๖ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ฯลฯ
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสอง, ๓๔๐ ตรี จำคุกคนละ ๒๐ ปี ผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๗๒ จำคุกคนละ ๒ ปี ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ และพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗๒ ทวิวรรคสอง จำคุกคนละ ๑ ปี จำเลยที่ ๑ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๑๔๖ และพระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจฯ จำคุก ๓ ปี จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ จำคุกคนละ ๑ ปี จำเลยที่ ๑ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕ จำคุก ๒ ปี รวมจำคุกจำเลยที่๑ ๒๙ ปี จำเลยที่ ๒ ๒๓ ปี จำเลยที่ ๓ ๒๔ ปีฯลฯ
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ในความผิดตามมาตรา ๒๖๕ (คงเหลือจำคุก ๒๗) ฯลฯ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์และจำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต่อไปจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าไม่ลงโทษจำเลยที่ ๑ ในข้อหาปลอมและใช้ป้ายวงกลมแสดงการชำระภาษีรถยนต์และแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมและไม่ริบรถจักรยานยนต์ของกลางเป็นการไม่ชอบหรือไม่ เห็นว่าข้อหาปลอมและใช้ป้ายวงกลมแสดงการชำระภาษีรถยนต์และแผ่นป้ายทะเบียนรถของกลางปลอม ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษเฉพาะข้อหาใช้ป้ายและแผ่นป้ายของกลางปลอม โจทก์มิได้อุทธรณ์ ข้อหาปลอมป้ายและแผ่นป้ายของกลางจึงถึงที่สุดว่าจำเลยมิได้กระทำความผิด คงมีปัญหาเฉพาะข้อหาใช้ป้ายและแผ่นป้ายของกลางปลอม เห็นว่า การใช้เอกสารปลอมเป็นการกระทำอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ ฐานหนึ่ง แม้มาตรา ๒๖๘ จะบัญญัติว่า ผู้ใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำผิดตามมาตรา ๒๖๔, ๒๖๕ ฯลฯ ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ ก็ตาม ก็มิใช่จะถือว่าความผิดดังกล่าวเป็นความผิดฐานเดียวกันกับความผิดนั้น ๆ ฉะนั้น เมื่อโจทก์บรรยายการกระทำผิดในข้อหานี้มาในคำฟ้อง แต่คำขอท้ายฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาเฉพาะมาตรา ๒๖๔, ๒๖๕ มิได้ระบุมาตรา ๒๖๘ ด้วยจะถือว่าโจทก์ได้ขอให้ลงโทษในข้อหาใช้ป้ายวงกลมแสดงการชำระภาษีรถยนต์และแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์แล้วหาได้ไม่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาดังกล่าวเพราะโจทก์มิได้ขอให้ลงโทษนั้นชอบแล้ว
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 363/2529
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายอิ่ม หรือบรม หรือสฤกษ์ หรือมานิตย์ แก้วนิมิตร กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายอิ่ม หรือบรม หรือสฤกษ์ หรือมานิตย์ แก้วนิมิตร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายรุทธ์ ถนอมกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายส่อง สุขะปุณณพันธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา