คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3833/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขีดฆ่าและฉีกเอกสารของผู้อื่น แม้จะยังอ่านได้ ก็ถือเป็นการทำให้เสียหาย ทำลายเอกสารในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่เจ้าของเอกสารแล้ว เป็นความผิดสำเร็จทันที ไม่ใช่การพยายามกระทำความผิด
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยขีดฆ่าและฉีกเอกสารของโจทก์ร่วม แม้เอกสารดังกล่าวยังสามารถอ่านเข้าใจได้ ก็ถือได้ว่าจำเลยทำให้เสียหาย ทำลายซึ่งเอกสารในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ร่วม อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 แล้ว หาจำต้องทำให้เอกสารนั้นสูญสิ้นไปหมดทั้งฉบับไม่
เมื่อจำเลยขีดฆ่าและฉีกเอกสารขาดจากกัน การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดสำเร็จครบถ้วนองค์ความผิดแล้ว หาใช่อยู่ในขั้นเพียงพยายามกระทำความผิดไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้ปากกาขีดฆ่าเป็นเครื่องหมายกากบาทและเครื่องหมายวงกลมลงบนข้อความและตัวเลขในเอกสาร ซึ่งนางเรณูผู้เสียหายได้จดทะเบียนลงในสมุดของผู้เสียหายมีข้อความและตัวเลขเป็นหลักฐานแห่งหนี้กู้ยืมและเงินเล่นแชร์จำนวน ๙๕,๖๐๐ บาทที่จำเลยเป็นหนี้ผู้เสียหาย และจำเลยได้ลงลายมือชื่อรับรองข้อความและตัวเลขในเอกสารนั้นไว้ และจำเลยได้ฉีกเอกสารดังกล่าวจนขาดเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๘๘ และคืนของกลางแก่เจ้าของ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๘ ให้จำคุก ๑ ปี ของกลางคืนเจ้าของ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย ๖ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๘ บุคคลใดเพียงแต่ทำให้เสียหาย หรือทำลายซึ่งเอกสารของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนก็มีความผิดตามบทมาตรานี้แล้ว ดังนั้น การที่จำเลยขีดฆ่าและฉีกเอกสารของโจทก์ร่วม แม้เอกสารดังกล่าวยังสามารถอ่านเข้าใจได้ก็ถือได้ว่าจำเลยทำให้เสียหายทำลายซึ่งเอกสาร ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ร่วมอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๘ แล้วหาจำต้องทำให้เอกสารนั้นสูญสิ้นไปหมดทั้งฉบับไม่
เมื่อจำเลยขีดฆ่าและฉีกเอกสารดังกล่าวขาดจากกัน การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดสำเร็จครบถ้วนองค์ความผิดแล้ว หาใช่อยู่ในขั้นเพียงพยายามกระทำความผิดไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3833/2529
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นางเรณู ดรผาย โจทก์ร่วม
นางพัทยา จาติเกตุ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นางเรณู ดรผาย · จำเลย - นางพัทยา จาติเกตุ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ เกิดลาภผล · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายอำไพ วิจิตรเวชการ · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ทองสว่างรัตน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา