⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4127/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4127/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับประกันภัยสามารถยกเงื่อนไข ข้อยกเว้น หรือข้อจำกัดความรับผิดตามกรมธรรม์ขึ้นต่อสู้กับผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ได้ เว้นแต่เงื่อนไขนั้นจะขัดต่อกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ความรับผิดของจำเลยที่ 3 ที่มีต่อโจทก์ เกิดขึ้นตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนระหว่างจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยกับจำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 3 ให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 โดยอาศัยมูลหนี้ตามสัญญาดังกล่าว จำเลยที่ 3 ย่อมยกเงื่อนไข ข้อยกเว้น และข้อจำกัดความรับผิดของตนที่กำหนดไว้ในสัญญาขึ้นต่อสู้กับโจทก์ได้ เว้นแต่เงื่อนไขข้อยกเว้นหรือข้อจำกัดความรับผิดดังกล่าวจะขัดต่อกฎหมาย ข้อยกเว้นความรับผิดของจำเลยที่ 3 ตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ระบุว่าการประกันภัยไม่คุ้มครองถึงความรับผิดอันเกิดจากการขับขี่โดยบุคคลที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ใด ๆ ใช้บังคับได้ เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์คันที่เอาประกันภัยในขณะเกิดเหตุโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์เป็นการผิดเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยที่ 2 และยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับโจทก์ได้จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.887

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์โดยสารสองแถวยี่ห้อมิตซูบิซิ หมายเลขทะเบียน ม - ๐๘๕๔ นครปฐม จำเลยที่ ๓ เป็นผู้รับประกันวินาศภัยรถยนต์คันดังกล่าวในขณะเกิดเหตุ ในวันเวลาเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์แต่หาได้ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอไม่ เป็นเหตุให้รถยนต์คันดังกล่าวแล่นชนเสาคอนกรีตติดตั้งโคมไฟฟ้าสาธารณะของโจทก์เป็นผลให้โคมไฟฟ้า กิ่งโคมและอุปกรณ์ไฟฟ้าของโจทก์ชำระเสียหาย โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเป็นเงิน ๕,๒๗๘.๔๖ บาท ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันกระทำละเมิด จนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๓ ให้การว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ ๓ ไม่ใช่ลูกจ้างและปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ และตามกรมธรรม์ประกันภัยของจำเลยที่ ๓ หากผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตจากทางการให้ขับขี่ได้ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิด ในขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ ยังไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ได้ตามกฎหมาย ค่าเสียหายโจทก์อย่างสูงไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินจำนวนตามฟ้องให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันละเมิดจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อยกเว้นความรับผิดตามสัญญาประกันภัยใช้บังคับหรือยกเป็นข้อต่อสู้ยันได้ทั้งผู้เอาประกันภัยและโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๓ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๘๗ เห็นได้ชัดว่า การประกันภัยค้ำจุนนั้นเป็นสัญญาที่ผู้รับประกันภัยยอมตนผูกพันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัยเพื่อความวินาศภัยที่เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในเมื่อผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก และในทางตรงกันข้าม หากผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิด ผู้รับประกันภัยก็ไม่ต้องรับผิดด้วย กฎหมายจึงบัญญัติให้บุคคลภายนอกผู้ต้องเสียหายมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนตามที่ควรจะได้จากผู้รับประกันภัยโดยตรง เพียงแต่ต้องเรียกผู้เอาประกันภัยเข้ามาในคดีด้วยเท่านั้น ความรับผิดของจำเลยที่ ๓ ผู้รับประกันภัยที่มีต่อโจทก์ จึงเกิดขึ้นตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนระหว่างจำเลยที่ ๒ กับจำเลยที่ ๓ เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๓ ให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนร่วมกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ โดยอาศัยมูลหนี้ตามสัญญาดังกล่าว จำเลยที่ ๓ ย่อมยกเงื่อนไข ข้อยกเว้น และข้อจำกัดความรับผิดของตนที่กำหนดไว้ในสัญญาขึ้นต่อสู้กับโจทก์ได้เว้นแต่เงื่อนไข ข้อยกเว้น หรือข้อจำกัดความรับผิดดังกล่าวจะขัดต่อกฎหมาย แต่ข้อยกเว้นความรับผิดของจำเลยที่ ๓ ตามกรมธรรม์ประกันภัย เอกสารหมาย ล.๑ ข้อ ๒.๑๓.๖ ระบุว่า การประกันภัยไม่คุ้มครองถึงความรับผิดอันเกิดจากการขับขี่โดยบุคคลที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ใด ๆ ไม่ขัดต่อกฎหมายแต่อย่างใด จึงใช้บังคับได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์คันที่เอาประกันภัยในขณะเกิดเหตุโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์อันผิดเงื่อนไขตามกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยที่ ๓ จึงไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยที่ ๒ ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวแล้ว และจำเลยที่ ๓ มีสิทธิยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับโจทก์ได้ จำเลยที่ ๓ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ฯลฯ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4127/2529 กรุงเทพมหานคร โจทก์ นางอารีย์ คุ้มพุ่ม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรุงเทพมหานคร · จำเลย - นางอารีย์ คุ้มพุ่ม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต นราลัย · เสนอ ศรนิยม · ถวิล ทองสว่างรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายสงวน อ่อวิเชียร · ศาลอุทธรณ์ - นายสำราญ ชื่นเจริญสุข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 3131/2543ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา