⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4784/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4784/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบิกความเท็จจะมีความผิดต่อเมื่อผู้เบิกความมีเจตนาว่าข้อความที่เบิกความนั้นเป็นเท็จ และข้อความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี

ย่อคำพิพากษา

การที่จะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จนั้น ผู้กระทำจะต้องกระทำโดยมีเจตนา คือรู้อยู่แล้วว่าข้อความที่ตนนำมาเบิกความนั้นเป็นความเท็จ โจทก์ซึ่งเป็นกำนันท้องที่ใช้รถแทรกเตอร์ขุดดินเพื่อบูรณะหนองน้ำสาธารณะที่ ก.แจ้ง ส.ค.1 ไว้ว่าเป็นของตน การที่จำเลยเบิกความว่าโจทก์บุกรุกที่ดินของ ก. เป็นการเบิกความไปตามหลักฐานการแจ้งการครอบครอง จึงไม่เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จในความผิดฐานบุกรุก ส่วนที่จำเลยเบิกความว่า โจทก์ตัดฟันต้นจากสาคูของ ก. โดยที่โจทก์มิได้ตัดฟันนั้น ย่อมเป็นการเบิกความเท็จในข้อสำคัญในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าได้เบิกความเป็นพยานในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๙๑/๒๕๒๔ ของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช มีข้อความสรุปได้เป็นทำนองเดียวกันว่า โจทก์ได้บุกรุกเข้าไปขุดดินในที่นาของนายเกตุ ติกขนา และตัดฟันต้นจากสาคู ซึ่งนายเกตุปลูกไว้ได้รับความเสียหาย ความจริงที่ดินที่โจทก์ขุดไม่ใช่ที่นาของนายเกตุ แต่เป็นหนองน้ำสาธารณะ และไม่มีต้นจากสาคูของนายเกตุทั้งโจทก์ก็มิได้ขุดต้นจากสาคูด้วย ข้อความที่จำเลยเบิกความเท็จเป็นข้อสำคัญในคดีเพื่อให้ศาลพิพากษาลงโทษโจทก์ แต่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชไม่เชื่อคำเบิกความของจำเลยจึงพิพากษายกฟ้อง เหตุเกิดตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗, ๘๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้อง จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๗ ให้จำคุกคนละ ๖ เดือน จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายเกตุแจ้ง ส.ค.๑ ทับที่หนองน้ำสาธารณะ และโจทก์มิได้ตัดฟันต้นจากสาคูที่นายเกตุปลูกไว้ แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่าการที่จะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จนั้น ผู้กระทำต้องกระทำโดยมีเจตนา คือรู้อยู่แล้วว่าข้อความที่ตนนำมาเบิกความนั้นเป็นความเท็จ การที่จำเลยทั้งห้าเบิกความโดยยึดถือหลักฐานตามเอกสารที่นายเกตุแจ้งการครอบครองไว้ว่าโจทก์บุกรุกที่ดินของนายเกตุ จึงเบิกความไปตามหลักฐานการแจ้งการครอบครอง ไม่เป็นความผิด ส่วนที่จำเลยทั้งห้าเบิกความว่า โจทก์ตัดฟันต้นจากสาคูของนายเกตุได้รับความเสียหายจึงเป็นการเบิกความเท็จในข้อสำคัญในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ แต่โทษของจำเลยทั้งห้าตามที่ศาลอุทธรณ์กำหนดสูงเกินไป พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยคนละ ๓ เดือน ปรับคนละ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4784/2529 นายชอบ ดิษฐาน โจทก์ นายสมบูรณ์ ติกขนา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชอบ ดิษฐาน · จำเลย - นายสมบูรณ์ ติกขนา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำนง นิยมวิภาต · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · เสียง ตรีวิมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นางปดารณี ลัดพลี · ศาลอุทธรณ์ - นายเสงี่ยม สันติวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3014/2531ฎีกา 730/2516ฎีกา 2015/2521ฎีกา 22/2466ฎีกา 3584/2524ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 18211/2555ฎีกา 729/2483ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 191/2520ฎีกา 3380/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544ฎีกา 3295/2543ฎีกา 1189/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา