คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4824/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลยังคงยึดถือทรัพย์สินที่ศาลพิพากษาให้เป็นของผู้อื่นต่อไป โดยไม่มีพฤติการณ์ใหม่ในการแย่งการครอบครอง ไม่ถือเป็นการแย่งการครอบครองที่ต้องด้วยมาตรา 1375 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และไม่สามารถขอให้งดการบังคับคดีได้
ย่อคำพิพากษา
เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่นาพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง และคดีถึงที่สุดไปแล้ว จำเลยคงยึดถือที่นาพิพาทสืบเนื่องต่อมาเท่านั้น ไม่มีพฤติการณ์ใดขึ้นใหม่อันจะแสดงว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองที่นาพิพาท จึงจะนำระยะเวลาการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 กำหนด 1 ปี มาบังคับแก่โจทก์มิได้
โจทก์ขอให้บังคับคดีภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นพิพากษา แม้จำเลยได้ฟ้องโจทก์ขอแสดงสิทธิครอบครองนาพิพาทเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งคดีอยู่ระหว่างพิจารณา แต่เมื่อเป็นการครอบครองภายหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วซึ่งไม่ก่อให้เกิดสิทธิครอบครองแก่จำเลย จำเลยจึงจะขอให้งดการบังคับคดีไว้ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยขอแสดงสิทธิที่นาศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่นาพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องคดีถึงที่สุด โจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามคำพิพากษา ขอให้บังคับคดี
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยออกจากที่นาพิพาทภายใน ๑๕ วัน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยได้ครอบครองและได้สิทธิครอบครองในที่นาพิพาทโดยอ้างสิทธิขึ้นมาใหม่และจำเลยได้ฟ้องโจทก์ขอแสดงสิทธิครอบครองในที่นาพิพาท คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกางดการบังคับคดีไว้เพื่อรอฟังผลคดีถึงที่สุดของคดีดังกล่าวนั้น เห็นว่าเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่นาพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องและคดีถึงที่สุดไปแล้ว จำเลยคงยึดถือที่นาพิพาทสืบเนื่องต่อมาเท่านั้นไม่มีพฤติการณ์ใดขึ้นใหม่อันจะแสดงว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองที่นาพิพาทจึงจะนำระยะเวลาการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ กำหนด ๑ ปี มาบังคับแก่โจทก์มิได้เมื่อโจทก์ได้ขอให้บังคับคดีภายใน ๑๐ ปีนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นพิพากษา การครอบครองที่นาพิพาทของจำเลยภายหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว จึงไม่ก่อให้เกิดสิทธิครอบครองแก่จำเลยแต่อย่างใด ข้ออ้างตามฎีกาของจำเลยที่ขอให้งดการบังคับคดีไว้จึงไม่มีเหตุที่จะให้รับฟัง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4824/2529
นายเกตุ บัวจันทร์ โจทก์
นายเดช บัวจันทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเกตุ บัวจันทร์ · จำเลย - นายเดช บัวจันทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสียง ตรีวิมล · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำนง นิยมวิภาต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ผลฉาย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา