⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 600/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2529

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์จะมีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเพียงปากเดียวแต่เมื่อพิจารณาประกอบพยานหลักฐานทั้งหมดในท้องสำนวนแล้วก็ใช้รับฟังลงโทษจำเลยได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกอีกสองคนร่วมกันปล้นทรัพย์ของผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรี จำคุก 21 ปี ริบของกลางให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 21,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...โจทก์มีนายสมนึก บุญส่ง ผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายคนหนึ่งที่ได้ร่วมกับพวกอีก 2 คนทำการปล้นทรัพย์และใช้ไม้ตีทำร้ายผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บในคืนเกิดเหตุ ปรากฏว่าจำเลยนี้มีบ้านอยู่ใกล้กับบ้านผู้เสียหายซึ่งกำลังปลูกอยู่ในซอยที่เกิดเหตุ และผู้เสียหายเคยเห็นจำเลยเดินผ่านหน้าบ้านผู้เสียหาย 2 ครั้ง ก่อนเกิดกเหตุประมาณ 7 วันหลังเกิดเหตุผู้เสียหายแจ้งกับพันตำรวจตรีพินิจ สัตย์เจริญ พยานโจทก์ว่าจำคนร้ายได้ 1 คน พร้อมทั้งบอกรูปร่างลักษณะซึ่งตรงกับที่พันตำรวจตรีพินิจสืบทราบมาก่อน และต่อมาพนักงานสอบสวนได้นำภาพถ่ายของจำเลยพร้อมกับบุคคลอื่นไปให้ผู้เสียหายตรวจดูที่โรงพยาบาลสยาม ซึ่งผู้เสียหายกำลังเข้ารับการรักษาเนื่องจากบาดแผลที่ถูกจำเลยกับพวกทำร้ายในคืนเกิดเหตุ ผู้เสียหายตรวจดูแล้ว ปรากฏว่ามีรูปจำเลยรวมอยู่ด้วย จึงยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่าจำเลยเป็นคนร้ายคนหนึ่งที่ได้ร่วมกับพวกทำการปล้นทรัพย์ปรากฏตามเอกสารหมายจ.1 ในการชี้ตัวผู้ต้องหาซึ่งพนักงานสอบสวนกระทำต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร อันเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยและมาอยู่เป็นสักขีพยานก็ปรากฏว่าผู้เสียหายชี้ตัวจำเลยได้ถูกต้องดังบันทึกตามเอกสารหมายจ.2 และ จ.3 จากข้อเท็จจริงที่ได้ความดังกล่าว จึงเชื่อได้ว่าผู้เสียหายจำคนร้ายได้ไม่ผิดตัว แม้โจทก์จะมีประจักษ์พยานเพียงปากเดียวแต่พยานหลักฐานทั้งหมดในท้องสำนวนเมื่อพิจารณาประกอบกันแล้วก็ฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยเป็นคนร้ายคนหนึ่งที่ได้ร่วมกับพวกกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืนและใช้ปืนยิง พยานฐานที่อยู่ของจำเลยที่อ้างว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยอยู่เวรที่กองร้อยมีบัญชีเข้าเวรยามเป็นหลักฐานนั้นก็คงมีแต่ลำพังคำของจำเลยเบิกความลอย ๆ ปากเดียว ไม่มีหลักฐานอื่ใดมาสนับสนุนให้เชื่อได้เช่นนั้นจึงปราศจากน้ำหนักที่จะหักล้างพยานโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340วรรคสี่, 340 ตรี ส่วนโทษและคำขออื่นคงให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2529 พนักงานอัยการ จังหวัด นนทบุรี โจทก์ พลทหาร วินัย จั่นจุ้ย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นนทบุรี · จำเลย - พลทหาร วินัย จั่นจุ้ย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ รอดเจริญ · ทวี กสิยพงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มาสำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ