⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 811-818/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811-818/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างจะสับเปลี่ยนหน้าที่การงานของลูกจ้างไปในตำแหน่งที่ต่ำกว่าตำแหน่งเดิมอันไม่สมควรไม่ได้ หากการกระทำนั้นเป็นการประพฤติผิดสภาพการจ้าง.

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์ทั้งแปดทำงานฝ่ายช่างและฝ่ายผลิตให้แก่จำเลย มานานจนบางคนได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นหัวหน้างานซึ่งมีเงินเพิ่มประจำตำแหน่ง การที่จำเลยออกคำสั่งให้โจทก์ทั้งแปดไปทำงานแผนกทำความสะอาดนั้น เห็นได้ว่าตำแหน่งหน้าที่เดิมของโจทก์ทั้งแปดต้องอาศัยความรู้ความสามารถหรือความชำนาญเป็นพิเศษ ส่วนงานแผนกทำความสะอาดไม่จำต้องอาศัยความรู้ความสามารถเช่นว่านั้น แม้นายจ้างจะมีสิทธิสับเปลี่ยนหน้าที่การงานของลูกจ้างได้ตามความเหมาะสมและตามความจำเป็นแก่สภาพแห่งงานของนายจ้าง แต่เมื่อตำแหน่งหน้าที่ใหม่ต่ำกว่าตำแหน่งหน้าที่เดิม จึงเป็นการสับเปลี่ยนหน้าที่การงานที่เป็นไปโดยไม่สมควร ทั้งทำให้โจทก์บางคนไม่ได้รับเงินเพิ่มประจำตำแหน่งที่เคยได้ การกระทำของจำเลยถือได้ว่าเป็นการประพฤติผิดสภาพการจ้างเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.5 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.10 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.11 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งแปดสำนวนฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งแปดเป็นลูกจ้างประจำของบริษัทจำเลย โจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๗ มีตำแหน่งเป็นหัวหน้างานจำเลยจ่ายเงินเพิ่มให้เดือนละ ๕๐๐ บาท โจทก์ที่ ๕ ที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้า (งาน) กองเชื่อม จำเลยจ่ายเงินเพิ่มให้เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท ต่อมาวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๒๘ จำเลยได้มีคำสั่งย้ายโจทก์ทั้งแปดให้ไปทำงานแผนกทำความสะอาดและได้ลดค่าจ้างส่วนที่เป็นเงินเพิ่มซึ่งโจทก์ที่ ๑ ที่ ๕ และที่ ๗ เคยได้รับกับไม่ยอมจ่ายค่าจ้างประจำงวดวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๒๘ ให้แก่โจทก์ทั้งแปดการกระทำของจำเลยเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง เป็นการกลั่นแกล้งและจงใจที่จะไม่จ่ายค่าจ้าง โจทก์ทั้งแปดได้ทวงถามแล้ว แต่จำเลยก็ไม่ชำระให้ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างและเงินเพิ่มให้โจทก์แต่ละคน ตามคำข้อท้ายฟ้องพร้อมเงินเพิ่มอัตราร้อยละสิบห้าทุกระยะเวลาเจ็ดวันจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๒๘ เสีย วันนัดพิจารณา ศาลแรงงานกลางสอบคำให้การจำเลยว่าได้จ่ายค่าจ้าง (ประจำงวดวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๒๘) ให้แก่โจทก์ทั้งแปดแล้ว นอกจากเงินค่าตำแหน่งของโจทก์ที่ ๑ ที่ ๕ และที่ ๗ เพราะเงินค่าตำแหน่งนี้ไม่ใช่ค่าจ้างแต่เป็นเงินเพิ่มให้สำหรับผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้างาน จำเลยเป็นนายจ้างมีสิทธิที่จะแต่งตั้งโยกย้ายคนงานไปทำหน้าที่ต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสม ขณะนี้งานน้อยลง จึงต้องลดตำแหน่งหัวหน้าลง และจำเลยให้โจทก์ทั้งแปดเปลี่ยนหน้าที่เพียงชั่วคราวเท่านั้น ศาลแรงงานกลางเห็นหว่า คดีมีประเด็นข้อพิพาทเพียงข้อเดียวว่า การที่จำเลยสั่งเปลี่ยนแปลงหน้าที่โจทก์และงดจ่ายเงินประจำตำแหน่งให้โจทก์เป็นการประพฤติผิดสภาพการจ้างหรือไม่ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้จำเลยส่งใบสมัครเข้าทำงานของโจทก์ต่อศาล และเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงได้งดสืบพยานโจทก์จำเลย ศาลแรงงานกลางพิพากษา ให้ยกเลิกคำสั่งของจำเลยฉบับลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๒๘ ให้จำเลยจัดให้โจทก์แต่ละคนเข้าทำงานในหน้าที่และตำแหน่งเดิม กับให้จำเลยจ่ายเงินเพิ่มประจำตำแหน่งให้โจทก์ที่ ๑ ที่ ๕ และที่ ๗ ตามฟ้อง จำเลยทั้งแปดสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า งานหน้าที่เดิมที่จำเลยมอบให้โจทก์ทั้งแปดทำเป็นงานฝ่ายช่างและฝ่ายผลิต โจทก์แต่ละคนทำงานในแผนกดังกล่าวมานานจนบางคนได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นหัวหน้างาน ซึ่งมีเงินเพิ่มประจำตำแหน่ง การที่จำเลยออกคำสั่งให้โจทก์ทั้งแปดไปทำงานแผนกทำความสะอาดนั้น พึงเห็นได้ว่าตำแหน่งหน้าที่เดิมของโจทก์ทั้งแปดต้องอาศัยความรู้ความสามารถหรือความชำนาญเป็นพิเศษ ส่วนงานแผนกทำความสะอาดไม่จำต้องอาศัยความรู้ความสามารถเช่นว่านั้น แม้นายจ้างจะมีสิทธิสับเปลี่ยนหน้าที่การงานของลูกจ้างได้ตามความเหมาะสมและตามความจำเป็นแก่สภาพแห่งงานของนายจ้าง แต่เมื่อตำแหน่งหน้าที่ใหม่ที่จำเลยย้ายโจทก์ทั้งแปดไปต่ำกว่าตำแหน่งหน้าที่เดิม ซึ่งเห็นได้ชัดว่า เป็นการสับเปลี่ยนหน้าที่การงานที่เป็นไปโดยไม่สมควร ทั้งทำให้โจทก์บางคนไม่ได้รับเงินเพิ่มประจำตำแหน่งที่เคยได้ การกระทำของจำเลยถือได้ว่าเป็นการประพฤติผิดสภาพการจ้าง คำสั่งของจำเลยลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๒๘ จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811 - 818/2529 นางมานิตย์ ม่วงศรี โจทก์ บริษัทแสงทวีอุตสาหกรรมจักรกล จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางมานิตย์ ม่วงศรี · จำเลย - บริษัทแสงทวีอุตสาหกรรมจักรกล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายบุญศรี แก้วสาร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 2328/2533ฎีกา 9395-9492/2550ฎีกา 768/2533ฎีกา 1397/2544ฎีกา 4777/2549ฎีกา 1873/2530ฎีกา 7337/2549ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 378/2531ฎีกา 7635/2543ฎีกา 4921/2532ฎีกา 2093/2532ฎีกา 3539/2536ฎีกา 1479/2526ฎีกา 7420/2537ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4369/2530ฎีกา 3362/2529ฎีกา 1307/2566ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 2431/2530ฎีกา 6689/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา