คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1335/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีฝิ่นไว้ในครอบครองซึ่งมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกินหนึ่งร้อยกรัม ต้องวางอัตราโทษตามมาตรา 69 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522.
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 69 วรรคสาม ขยายความมาตรา 69 วรรคสอง เฉพาะความผิดฐานจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 2 อันเป็น มอร์ฟีน ฝิ่น หรือโคคาอีนที่มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกินหนึ่งร้อยกรัม มิได้ขยายความมาตรา 69 วรรคหนึ่งด้วย
จำเลยมีฝิ่นไว้ในครอบครองหนัก 7.7 กรัม จึงต้องวางอัตราโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 69 วรรคหนึ่ง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.69
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๑๗, ๖๙, ๑๐๒
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๑๗, ๖๙ ลงโทษตามมาตรา ๖๙ วรรคสาม จำคุก ๓ ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง จำคุก ๒ ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑ ปี นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าศาลจะวางโทษแก่จำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสาม จึงจะถูกต้อง
เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๙ วรรคหนึ่งได้กำหนดอัตราโทษไว้สำหรับผู้ที่มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท ๒ ส่วนวรรคสองกำหนดอัตราโทษสำหรับผู้จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทดังกล่าว มีปัญหาว่าข้อความในวรรคสามนั้นขยายความในวรรคหนึ่งหรือวรรคสองถ้าแปลว่าข้อความวรรคสามนี้ขยายความวรรคหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าผู้ที่มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท ๒ เฉพาะมอร์ฟีนโคคาอีน รวมทั้งฝิ่นที่มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกินหนึ่งร้อยกรัมต้องวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๓ ปี ถึง ๒๐ ปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสองแสนบาทเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราโทษของผู้ที่มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ คือเฮโรอีน ตามมาตรา ๖๗ กำหนดให้จำคุกตั้งแต่ ๑ ปี ถึง ๑๐ ปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท จะเห็นได้ว่าอัตราโทษของผู้ที่มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ ต่ำกว่าอัตราโทษของผู้ที่มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท ๒ จำพวกมอร์ฟีน โคคาอีน และฝิ่น ซึ่งน่าจะไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมายเพราะหลักเกณฑ์ในการกำหนดอัตราโทษน่าจะได้กำหนดอัตราโทษลดหลั่นกันลงตามความร้ายแรงของชนิดและประเภทของยาเสพติดให้โทษ กล่าวคือยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ เฮโรอีน อัตราโทษน่าจะสูงกว่ายาเสพติดประเภทอื่นๆ ด้วยเหตุผลดังกล่าว เห็นว่าข้อความในมาตรา ๖๙ วรรคสามของพระราชบัญญัตินี้ขยายความในวรรคสองคือ บทบัญญัติมาตรา ๖๙วรรคสามหมายความเฉพาะความผิดฐานจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งมอร์ฟีน โคคาอีน รวมทั้งฝิ่นที่มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกินหนึ่งร้อยกรัมเท่านั้น คดีนี้จำเลยมีฝิ่นไว้ในครอบครองหนัก ๗.๗ กรัม จึงต้องวางอัตราโทษตามพพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1335/2530
พนักงานอัยการประจำศาล จังหวัดสวรรคโลก โจทก์
นายถวิล ประหลาดเนตร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาล จังหวัดสวรรคโลก · จำเลย - นายถวิล ประหลาดเนตร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายอรรณพ จุ+าพิมพ์พันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร ทองประยูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา