⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3027/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3027/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดฐานรับไว้ซึ่งของที่นำเข้ามาโดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร และความผิดฐานมีโคเดอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโคเดอีน เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน โดยมีเจตนาในการกระทำความผิดที่แตกต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานรับไว้ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และฐานมีโคเดอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโคเดอีนตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มีการกระทำที่แยกจากกันเป็นแต่ละฐานความผิดได้โดยชัดเจนไม่เกี่ยวเนื่องกันและเจตนาในการกระทำความผิดก็เป็นคนละอย่างแตกต่างจากกัน ความผิดแต่ละข้อหาดังกล่าวจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 ม.4 พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 ม.5 พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 ม.24 พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 ม.44 พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 ม.50 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.17 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.69

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7,8, 17, 69, 102 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27, 27 ทวิ พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2490 (ที่ถูก พ.ศ.2509) มาตรา 4, 5, 24, 44, 50 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8, 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 90, 91 ริบของกลาง จ่ายสินบนนำจับแก่สายลับและจ่ายเงินรางวัลแก่เจ้าพนักงานตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพ โดยความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร จำเลยให้การรับสารภาพฐานรับไว้ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 17, 69 วรรคสอง พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2490 (ที่ถูก พ.ศ.2509) มาตรา 4, 5, 24, 44, 50 ฐานมีโคเดอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี และปรับ 60,000 บาท ฐานจำหน่ายโคเดอีน จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท ฐานรับไว้ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ปรับ 237,944 บาท ฐานมียาสูบไม่ปิดแสตมป์ไว้เพื่อขาย ปรับ 527,625 บาท รวมจำคุก 3 ปี และปรับ 845,569 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 422,784.50 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 2 ปี ริบของกลาง จ่ายเงินรางวัลตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรและพระราชบัญญัติยาสูบเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับ 237,944 บาท ความผิดฐานมีโคเดอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท รวมโทษทุกกระทงแล้ว จำคุก 2 ปี และปรับ 277,944 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 1 ปี และปรับ 138,972 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี และให้คุมความประพฤติของจำเลย โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้ง และห้ามจำเลยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิดในกำหนดเวลาดังกล่าว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายตามที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาขึ้นมาว่า ข้อหารับไว้ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรตามพระราชบัญญัติศุลกากรและข้อหามีโคเดอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโคเดอีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ เป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกันนั้น เห็นว่า ความผิดแต่ละข้อหาดังกล่าวมีการกระทำที่แยกจากกันเป็นแต่ละฐานความผิดได้โดยชัดเจนไม่เกี่ยวเนื่องกันและเจตนาในการกระทำความผิดก็เป็นคนละอย่างแตกต่างจากกัน ความผิดแต่ละข้อหาดังกล่าวจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาลงโทษจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่โต้เถียงว่าจำเลยมีเจตนาเดียวคือหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษบทหนักที่สุดตามพระราชบัญญัติศุลกากรเพียงบทเดียวไม่ต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3027/2550 พนักงานอัยการจังหวัดสตูล โจทก์ นางสาวกนิษฐา หมาดดาเร๊ะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสตูล · จำเลย - นางสาวกนิษฐา หมาดดาเร๊ะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · วีระวัฒน์ ปวราจารย์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2884/2519ฎีกา 4943/2567ฎีกา 1567/2535ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 2047/2533ฎีกา 6847/2567ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 9797/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ