คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1395/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าซักรีดที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเมื่อไปปฏิบัติงานต่างจังหวัดโดยมิได้ไปเป็นประจำหรือแน่นอนทุกเดือน ไม่ถือเป็นค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน จึงไม่สามารถนำมารวมคำนวณเป็นค่าชดเชยได้
ย่อคำพิพากษา
ลูกจ้างจะได้รับค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหารและค่าซักรีดจากนายจ้างก็ต่อเมื่อนายจ้างได้อนุมัติให้ลูกจ้างไปปฏิบัติงานในต่างจังหวัดและลูกจ้างมิได้ไปปฏิบัติงานในต่างจังหวัดเป็นประจำหรือแน่นอนทุกเดือน ดังนี้เงินทั้ง 4 ประเภทดังกล่าวมิใช่ค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2ลูกจ้างจึงไม่มีสิทธินำเงินจำนวนดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นค่าชดเชยได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด แต่จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์โดยมิได้นำค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหารและค่าซักรีด ซึ่งจำเลยจ่ายให้โจทก์เมื่อโจทก์เดินทางไปทำหน้าที่ในต่างจังหวัดประมาณเดือนละ ๒๐ วัน อันถือว่าเป็นค่าจ้างมารวมคำนวณด้วย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยส่วนที่ยังขาดอีก ๔๘,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า เงินที่โจทก์อ้างว่าเป็นค่าจ้างนั้นจำเลยจ่ายให้โจทก์เมื่อโจทก์เดินทางไปต่างจังหวัดและมิใช่ส่วนหนึ่งของค่าจ้างที่จะนำมารวมคำนวณเป็นค่าชดเชยเพราะเป็นเงินที่โจทก์ต้องใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดแล้วจำเลยจ่ายคืนให้แก่โจทก์ ทั้งมิได้มีการกำหนดในการทำงานในต่างจังหวัดเดือนละ ๒๐ วันตามฟ้องขอให้ยกฟ้อง
วันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์จำเลยยอมรับข้อเท็จจริงกันบางประการแล้ว ขอให้ศาลวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงที่ได้รับกันโดยไม่ขอสืบพยาน
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหารและค่าซักรีดตามฟ้องมิใช่เป็นเงินที่จ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานอันเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ฯ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าข้อเท็จจริงได้ความตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางว่าการที่โจทก์จะต้องเดินทางไปปฏิบัติงานในต่างจังหวัดนั้น โจทก์จะต้องทำประมาณการรายละเอียดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อขออนุมัติต่อจำเลยก่อน เมื่อได้รับอนุมัติแล้วโจทก์จึงจะเดินทางไปได้ ลักษณะการทำงานของโจทก์ในต่างจังหวัดจึงมิได้มีการกำหนดให้โจทก์ต้องปฏิบัติไว้แน่นอน ศาลฎีกาเห็นว่า ค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหารและค่าซักรีดเหล่านี้โจทก์มิได้รับจากจำเลยเป็นประจำ โจทก์จะได้รับก็ต่อเมื่อจำเลยได้อนุมัติให้โจทก์ไปปฏิบัติงานในต่างจังหวัด และโจทก์มิได้ไปปฏิบัติงานในต่างจังหวัดเป็นประจำหรือแน่นอนตายตัวทุกเดือนแต่อย่างใด ดังนั้นเงินทั้ง ๔ ประเภทนี้จึงมิใช่เป็นเงินที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์เพื่อเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติตามความหมายของคำว่าค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ ๒ โจทก์จึงไม่มีสิทธินำเงินจำนวนดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นค่าชดเชยได้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1395/2530
นายชาญชัย แจ้งอุบล โจทก์
บริษัท เอฟ. เอ็ม. เซอร์วิส จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชาญชัย แจ้งอุบล · จำเลย - บริษัท เอฟ. เอ็ม. เซอร์วิส จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายพูนศักดิ์ จงกลนี · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา