⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1506/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1506/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างเหตุป้องกันโดยอ้างว่าถูกทำร้ายก่อน จะฟังไม่ขึ้นหากจำเลยมิได้ซักค้านความข้อนี้ไว้ให้ปรากฏในขณะสืบพยานโจทก์ แต่กลับนำสืบเป็นข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นสืบพยานจำเลย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยต้องหาว่าพยายามฆ่าผู้อื่น ชั้นพิจารณาจำเลยนำสืบว่าจำเลยถูกผู้เสียหายกับพวกทำร้ายก่อนจึงต้องแทงผู้เสียหายเพื่อป้องกันตัวเมื่อจำเลยมิได้ซักค้านความข้อนี้ไว้ให้ปรากฏในขณะสืบพยานโจทก์ แต่เพิ่งจะมานำสืบเป็นข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นสืบพยานจำเลย ข้อนำสืบจึงเป็นพิรุธ ข้อต่อสู้ที่จำเลยอ้างว่าต้องแทงผู้เสียหายเพื่อป้องกันตัวจึงฟังไม่ขึ้น.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 จำคุก 10 ปี ชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จำคุก 2 ปี โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ตามทางนำสืบรับกันฟังได้ว่าจำเลยได้ใช้เหล็กขูดวาฟท์เป็นอาวุธแทงนายสมาน หาญคำอุ้ยผู้เสียหาย 1 ที ถูกบริเวณท้องได้รับบาดเจ็บสาหัส จำเลยยอมรับด้วยว่าก่อนเกิดเหตุได้ใช้ก้อนหินขว้างไปที่บ้านพักของผู้เสียหาย2 ครั้ง ทั้งนี้เป็นเพราะผู้เสียหายเปิดวิทยุมีเสียงดังรบกวนในชั้นแรกนี้จึงเห็นได้ว่าการกระทำของจำเลยมีลักษณะชวนให้เกิดการวิวาทเพราะหากผู้เสียหายก่อความรำคาญให้จำเลยจริง จำเลยก็น่าจะใช้วิธีการพูดจาขอร้องแต่โดยดีมิใช่ใช้วิธีการอันมีลักษณะก้าวร้าวเช่นนั้น และเมื่อเกิดเหตุรุนแรงถึงขั้นทำร้ายกันขึ้นจำเลยนำสืบต่อสู้ว่าเป็นการกระทำโดยป้องกันเพราะฝ่ายผู้เสียหายมีนายคำและนายแสวงพร้อมกับมีไม้และขวานเป็นอาวุธช่วยกันกลุ้มรุมทำร้ายชกต่อยและกระทืบจำเลยจนได้รับบาดเจ็บ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าทีนทีที่เหตุการณ์สงบลงจำเลยได้หลบหนีไปในคืนนั้นเองซึ่งหากจำเลยถูกรุมทำร้ายในลักษณะดังกล่าวจริง จำเลยน่าจะต้องได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงและคงไม่สามารถหลยหนีไปได้ ในชั้นสอบสวนจำเลยก็มิได้ให้การต่อสู้ในเรื่องนี้ แต่กลับปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ และไม่รู้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ในชั้นพิจารณาก็เช่นเดียวกัน จำเลยมิได้ซักค้านให้ความข้อนี้ปรากฏขณะสืบพยานโจทก์ แต่จำเลยเพิ่งจะนำสืบเป็นข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นสืบพยานจำเลย จากเหตุผลอันเป็นพิรุธดังกล่าว ข้อต่อสู้ที่ว่าจำเลยจำต้องแทงผู้เสียหายเพื่อเป็นการป้องกันตัวจึงฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1506/2530 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายอำนาจ หรือดำ พิศสมัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายอำนาจ หรือดำ พิศสมัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ รอดเจริญ · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ