คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1550/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายทอดตลาดจะถูกเพิกถอนได้ต่อเมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการโดยไม่สุจริต หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่กำหนดไว้เท่านั้น.
ย่อคำพิพากษา
การจะขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดได้นั้น ต้องปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดโดยไม่สุจริตหรือมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติและข้อบังคับที่กำหนดไว้ว่าด้วยวิธีการขายทอดตลาดเท่านั้น เมื่อปรากฏว่าราคาที่โจทก์ประมูลได้มิได้ต่ำกว่าราคาประเมินแม้แต่รายเดียวและไม่มีเหตุผลใด ที่จะทำให้ระแวงว่าการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการโดยไม่สุจริต ข้อที่อ้างว่าจำเลยมีเวลาจะสามารถหาคนมาประมูลซื้อได้ราคาสูงกว่า และหากขายไปจะทำให้จำเลยเดือด ร้อน ไม่ใช่เหตุที่จะเพิกถอนการขายทอดตลาดได้ การขายทอดตลาดจึงเป็นไปโดยชอบ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีทั้งสองสืบเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา มีการเลื่อนการขายทอดตลาดถึง 8 ครั้ง เพราะไม่มีผู้ประมูลซื้อบ้าง จำเลยขอเลื่อนบ้าง จนถึงการขายทอดตลาดครั้งที่ 9 โจทก์เป็นผู้ประมูลให้ราคาสูงสุดจำเลยแถลงคัดค้านว่าราคายังต่ำอยู่ จะหาคนมาประมูลซื้อใหม่ขอให้เลื่อนการขายออกไป
ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขายแก่โจทก์ผู้ประมูลราคาสูงสุด
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาด
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การที่จะขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดได้นั้นความต้องปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดโดยไม่สุจริตหรือดำเนินการขายทอดตลาดโดยมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติและข้อบังคับที่กำหนดไว้ว่าด้วยวิธีการขายทอดตลาดเท่านั้น ที่จำเลยทั้งสามฎีกาขอให้เพิกถอนคำสั่งขายทอดตลาดของศาลชั้นต้นทั้งสองสำนวนโดยอ้างเหตุผลว่าราคาที่โจทก์ประมูลได้ยังต่ำอยู่ โดยเฉพาะการขายทอดตลาดทรัพย์รายการที่ 1, 8, 9, 10, และ 11 ใหม่ โดยยกราคาเปรียบเทียบกับราคาที่เคยขายทอดตลาดที่นายสมศักดิ์ประมูลได้แสดงให้เห็นว่าการขายครั้งใหม่ได้ราคาต่ำกว่าขายครั้งก่อน 330,000 บาท นั้นได้พิจารณาเปรียบเทียบราคาประเมินตามบัญชีการยึดทรัพย์ลงวันที่ 30มกราคม 2525 กับราคาที่โจทก์ประมูลได้ทั้ง 12 รายการ ปรากฏว่ามิได้ต่ำกว่าราคาประเมินแม้แต่รายการเดียวและไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะทำให้ระแวงว่าการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการโดยไม่สุจริต เหตุที่จำเลยทั้งสามอ้างอีกประการหนึ่งว่าถ้าจำเลยทั้งสามมีเวลาก็สามารถจะหาคนมาประมูลซื้อในราคาที่สูงกว่าโจทก์ประมูลได้และหากขายไปจะทำให้จำเลยทั้งสามเดือดร้อน นั้น ก็มิใช่เหตุที่จะเพิกถอนการขายทอดตลาดได้ดังกล่าวข้างต้น ฎีกาจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้นทั้งสองสำนวน"
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1550/2530
ธนาคาร กรุงไทย จำกัด ฯ โจทก์
นาย ซุ่นฮวด แซ่เตีย กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคาร กรุงไทย จำกัด ฯ · จำเลย - นาย ซุ่นฮวด แซ่เตีย กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยนต์ พิรวินิจ · พลจิตต์ ดียืน · เสงี่ยม ทวีชัยการ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ