⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2210/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2210/2537

ป.วิ.แพ่ง ม.306, 308

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 ข้อ 68 วรรคแรก ที่กำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการปิดประกาศขายทอดตลาดโดยเปิดเผย ณ สถานที่ที่ทรัพย์จะขายตั้งอยู่ด้วย ไม่ทำให้การขายทอดตลาดไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากผู้มีส่วนได้เสียได้ทราบกำหนดวันขายทอดตลาดล่วงหน้าแล้ว.

ย่อคำพิพากษา

ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 ข้อ 68 วรรคแรก ที่กำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการปิดประกาศขายทอดตลาดโดยเปิดเผย ณ สถานที่ที่ทรัพย์จะขายตั้งอยู่ด้วย เป็นข้อกำหนดเพื่อประสงค์ให้บุคคลภายนอกที่สนใจมาประมูลซื้อทรัพย์ในการขายทอดตลาดเท่านั้น ระเบียบดังกล่าวหาได้เป็นกฎหมายไม่ แม้หากจะไม่มีการปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวแต่เมื่อได้ความว่าจำเลยได้ทราบกำหนดวันขายทอดตลาดตามประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีล่วงหน้าแล้ว ถือได้ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งวันขายทอดตลาดให้จำเลยทั้งสองซึ่งมีส่วนได้เสียในการบังคับคดีทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 306 แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 306,308 หมวดที่ 2ว่าด้วยวิธียึดทรัพย์อายัดทรัพย์และการจ่ายเงินประกอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนที่ 3 ว่าด้วยการขายทอดตลาดและระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 หมวดที่ 8 ว่าด้วยการขายทรัพย์ไม่มีบทบัญญัติหรือข้อกำหนดว่าในการขายทอดตลาด เมื่อผู้ขายทอดตลาดจะแสดงความตกลงด้วยการเคาะไม้ ถ้าผู้มีส่วนได้เสียคัดค้านว่าราคาต่ำไปยังไม่สมควรแสดงความตกลงขาย ผู้ขายทอดตลาดจะต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนหรือต้องรอให้ศาลวินิจฉัยข้อคัดค้านนั้นเสียก่อนดังนั้น แม้ไม่มีการดำเนินการดังกล่าวก็หาทำให้การขายทอดตลาดนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.306 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.308

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.306 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.308 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 466,080.31 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 132367 ตำบลสามเสนนอก(สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอห้วยขวาง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้างขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอหมายบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองดังกล่าวและขายทอดตลาดไปในราคา 770,000 บาท จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ปิดประกาศการขายทอดตลาด ณ สถานที่ที่ทรัพย์ตั้งอยู่ ขายทอดตลาดไปโดยไม่ขออนุญาตจากศาลกับผู้อำนวยการกองและขายทรัพย์ไปในราคาต่ำเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบขอให้มีคำสั่งเพิกถอนขายทอดตลาด โจทก์และผู้ซื้อทรัพย์แถลงคัดค้านว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดโดยชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาประการแรกว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้ปิดประกาศขายทอดตลาด ณ สถานที่ที่ทรัพย์ตั้งอยู่ เป็นการฝ่าฝืนระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ฯลฯ ในข้อนี้โจทก์มีสำเนารายงานการเดินหมายลงวันที่16 กุมภาพันธ์ 2533 ตามเอกสารหมาย ร.ค.1 เป็นหลักฐานแสดงว่าพนักงานเดินหมายได้นำประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ไปปิดไว้ที่ประตูบ้านเลขที่ 502/64 ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ แขวงสามเสนนอกเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่อยู่ของจำเลยที่ 1 ที่ 2และเป็นสถานที่ที่ทรัพย์ตั้งอยู่แล้วโดยมีนายนิพนธ์ บุษบงผู้อำนวยการกองบังคับคดีแพ่ง 2 กรมบังคับคดี มาเบิกความรับรองแต่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ก็ได้เบิกความปฏิเสธว่าพนักงานเดินหมายไม่ได้ปฏิบัติดังกล่าวและจำเลยไม่เคยเห็นประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลฎีกาเห็นว่า ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 ข้อ 68 วรรคแรกกำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการปิดประกาศขายทอดตลาดโดยเปิดเผยณ สถานที่ที่ทรัพย์ที่จะขายตั้งอยู่ด้วย ซึ่งเป็นข้อกำหนดเพื่อประสงค์ให้บุคคลภายนอกที่สนใจมาประมูลซื้อทรัพย์ในการขายทอดตลาดเท่านั้น ระเบียบดังกล่าวหาได้เป็นกฎหมายไม่ แม้จะรับฟังตามข้ออ้างของจำเลยดังกล่าว แต่จำเลยที่ 2 ก็ได้เบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า จำเลยที่ 2 ได้ทราบว่าจะมีการขายทอดตลาดคดีนี้ตอนปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2533 แสดงว่าจำเลยได้ทราบกำหนดวันขายทอดตลาดตามประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีล่วงหน้าแล้วถือได้ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งวันขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 1ที่ 2 ซึ่งมีส่วนได้เสียในการบังคับคดีทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 306 แล้ว ฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาประการที่สองว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ขายทอดตลาดได้เคาะไม้ 3 ที แสดงความตกลง โดยไม่ได้ขออนุญาตจากศาลก่อนเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในข้อนี้จำเลยที่ 1ยื่นคำร้องและนำสืบว่าในขณะที่เจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ขายทอดตลาดเคาะไม้ครั้งที่สอง จำเลยได้คัดค้านว่ายังไม่สมควรที่จะขายในราคา770,000 บาท เพราะต่ำไปเนื่องจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยมีราคาถึง 1 ล้านบาทเศษ แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่รับฟังกลับเคาะไม้ครั้งที่สามแสดงความตกลงโดยพละการ ไม่ขออนุญาตศาลหรือผู้มีอำนาจเสียก่อนเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 306, 308 ในหมวดที่ 2 ว่าด้วยวิธียึดทรัพย์ อายัดทรัพย์และการจ่ายเงิน ประกอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนที่ 3 ว่าด้วยการขายทอดตลาดและระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 หมวดที่ 8 ว่าด้วยการขายทรัพย์ มิได้มีบทบัญญัติหรือข้อกำหนดว่าในการขายทอดตลาด เมื่อผู้ขายทอดตลาดจะแสดงความตกลงด้วยการเคาะไม้ ถ้ามีผู้มีส่วนได้เสียคัดค้านว่าราคาต่ำไปยังไม่สมควรแสดงความตกลงขาย ผู้ขายทอดตลาดจะต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน หรือต้องรอให้ศาลวินิจฉัยข้อคัดค้านนั้นเสียก่อนดังที่จำเลยอ้าง ประกอบกับการขายทอดตลาดคดีนี้ได้ความจากนายนิพนธ์ บุษบง ว่า ได้รับอนุญาตให้ขายจากนายไกรสร บารมีอวยชัยผู้ช่วยอธิบดีกรมบังคับคดี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาแล้วตามเอกสารหมายร.ค.3 จึงฟังไม่ได้ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีเคาะไม้แสดงความตกลงโดยพละการ การขายทอดตลาดจึงบริบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้วฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ 2 มานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2210/2537 ธนาคาร ซิตี้แบงก์ สาขา กรุงเทพ ฯ โจทก์ นาย รุ่งเรือง ยัน ตระกูล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร ซิตี้แบงก์ สาขา กรุงเทพ ฯ · จำเลย - นาย รุ่งเรือง ยัน ตระกูล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 594/2534ฎีกา 5378/2544ฎีกา 2444/2518ฎีกา 6681/2541ฎีกา 5388/2534ฎีกา 353/2536ฎีกา 437/2508ฎีกา 5768/2534ฎีกา 2644/2530ฎีกา 8058/2553ฎีกา 6734/2559ฎีกา 7385/2556ฎีกา 2195/2535ฎีกา 3885/2536ฎีกา 4297/2532ฎีกา 4769/2533ฎีกา 940/2494ฎีกา 2570/2535ฎีกา 2656/2540ฎีกา 717/2530ฎีกา 1429-1430/2525ฎีกา 2316/2533ฎีกา 1792/2536ฎีกา 244/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ