คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 717/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินในราคาที่เหมาะสมแล้ว แม้จะมีการขายทอดตลาดหลายครั้งโดยไม่มีผู้เสนอราคาสูงขึ้น ถือว่าเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว
การแจ้งคำสั่งของศาลที่อนุญาตให้ขายทอดตลาดและวันขายทอดตลาดแก่ผู้มีส่วนได้เสียตามที่กฎหมายกำหนด ถือว่าเป็นการประกาศขายทอดตลาดที่แพร่หลายตามสมควรแล้ว
ย่อคำพิพากษา
ในการประกาศขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทรวม 14 ครั้ง ในระยะเวลา3 ปี ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดเสนอราคาสูงกว่าราคาที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขายได้ในการขายทอดตลาดครั้งที่ 15 ราคาที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขายจึงเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว
เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งคำสั่งของศาลที่อนุญาตให้ขายทอดตลาดและวันขายทอดตลาดแก่บรรดาบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดซึ่งทราบได้ตามทะเบียน หรือโดยประการอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 306 ครบถ้วนแล้ว ถือได้ว่าเป็นการประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินพิพาทที่แพร่หลายตามสมควรแล้วไม่มีเหตุที่จะต้องขายทอดตลาดใหม่.(ที่มา-เนติ)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์นำยึดที่ดินมีโฉนดพร้อมบ้าน 1 หลังซึ่งจำเลยที่ 2 จำนองไว้กับโจทก์ออกขายทอดตลาดเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวรวม 14 ครั้ง แต่ขายไม่ได้ ในการประกาศขายทอดตลาดครั้งสุดท้าย มีผู้เข้าสู้ราคา 3 คน และมีผู้เสนอราคาสูงสุดเป็นเงิน 250,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประมาณไว้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายได้ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า 'ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 มีว่า ราคาทรัพย์พิพาทต่ำกว่าราคาที่เป็นจริงหรือไม่ และการประกาศขายทอดตลาดไม่แพร่หลาย สมควรประกาศขายทอดตลาดใหม่หรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่าที่จำเลยทั้ง 2 อ้างว่าได้ติดต่อให้ผู้มีชื่อมาซื้อทรัพย์พิพาทในราคา 800,000 บาท โดยขอเลื่อนการขายไปอีกประมาณ 4 เดือน นั้น เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้ขอเลื่อนการขายทอดตลาดเพราะเหตุดังกล่าวจึงรับฟังไม่ได้ การขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทได้มีการประกาศขายรวม 14 ครั้ง ในระยะเวลา 3 ปี ก็ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดเสนอราคาสูงกว่าราคาที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขายแก่นายยิ่งยงทีฆะกุล ในการขายทอดตลาดครั้งที่ 15 ดังนั้น ราคาที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขายแก่นายยิ่งยงซึ่งเป็นผู้เสนอราคาสูงสุดจึงเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว ส่วนข้อที่จำเลยที่ 2 อ้างว่า การประกาศขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทไม่แพร่หลายนั้นเห็นว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการประกาศขายทอดตลาดโดยปฏิบัติตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 306 ครบถ้วนแล้ว กล่าวคือ เจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งให้ทราบ ซึ่งคำสั่งของศาลและวันขายทอดตลาดแก่บรรดาบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแก่ทรัพย์พิพาทที่จะขายทอดตลาด ซึ่งทราบได้ตามทะเบียนหรือโดยประการอื่น ถือได้ว่าเป็นการประกาศขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทที่แพร่หลายตามสมควรแล้ว ไม่มีเหตุที่จะประกาศขายทอดตลาดใหม่ที่ศาลล่างทั้งสองเห็นต้องกันมาให้ขายทรัพย์พิพาทได้นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น'
พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,000 บาทแทนโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 717/2530
ธนาคาร กรุงไทย จำกัด โจทก์
นาง ไช่เกียว บุญ เลียน กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคาร กรุงไทย จำกัด · จำเลย - นาง ไช่เกียว บุญ เลียน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา