คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4511/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มิได้จดทะเบียนการเช่า มีผลเพียงบุคคลสิทธิผูกพันเฉพาะคู่กรณีเท่านั้น และหากเกินกำหนด 3 ปี ผู้เช่าจะไม่อาจอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าดังกล่าวขึ้นตั้งข้อพิพาทกับบุคคลภายนอกได้
ย่อคำพิพากษา
การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องเข้ามาในชั้นบังคับคดีอ้างว่า ผู้ร้องเป็นผู้เช่าห้องพิพาทซึ่งเป็นสัญญาต่างตอบแทนจากเจ้าของเดิม สัญญาเช่ามีกำหนดเวลา 50 ปี โจทก์ซื้อทรัพย์พิพาทมาจากการขายทอดตลาดย่อมต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่นั้นแม้จะฟังได้ตามคำร้อง สัญญาเช่าห้องพิพาทซึ่งเป็นสัญญาต่างตอบแทนก็ก่อให้เกิดเพียงบุคคลสิทธิผูกพันเฉพาะคู่กรณีเท่านั้น และนับแต่วันทำสัญญาจนถึงวันยื่นคำร้องเกินกำหนด 3 ปีแล้ว ผู้ร้องจึงไม่อาจอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าซึ่งมิได้จดทะเบียนการเช่าขึ้นตั้งข้อพิพาทกับโจทก์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินและห้องแถวของโจทก์ คดีถึงที่สุดโดยศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลย จำเลยทราบคำบังคับแล้วเพิกเฉย เมื่อโจทก์ขอให้ศาลออกหมายจับ ศาลชั้นต้นได้ออกหมายเรียกมาสอบถามจำเลยขอเวลา ๗ วันจะออกจากที่ดินและห้องแถวของโจทก์
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิอยู่ในห้องของโจทก์โดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าซึ่งเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ผู้ร้องทำกับเจ้าของเดิม โจทก์ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ ขอให้ศาลสั่งให้ผู้ร้องและบริวารอยู่อาศัยในห้องพิพาทต่อไปจนกว่าจะครบกำหนดตามสัญญาเช่า
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ไม่ได้ขอให้ออกหมายจับผู้ร้อง ผู้ร้องยังไม่มีสิทธิอ้างสิทธิพิเศษที่จะอยู่ได้ ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ผู้ร้องอ้างว่าเป็นผู้เช่าห้องพิพาทจากเจ้าของเดิม สัญญาเช่ามีกำหนดเวลา ๕๐ ปี จึงมีสิทธิอยู่อาศัยในห้องพิพาทตามสัญญาเช่าซึ่งเป็นสัญญาต่างตอบแทน โจทก์ซื้อทรัพย์พิพาทมาจากการขายทอดตลาดย่อมต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่นั้น แม้เป็นจริงตามคำร้อง สัญญาเช่าห้องพิพาทดังกล่าวก็ก่อให้เกิดเพียงบุคคลสิทธิผูกพันเฉพาะคู่กรณีเท่านั้น และตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๙ ที่ว่า ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่าย่อมรับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้เช่านั้นก็ใช้บังคับเฉพาะการเช่าที่ทำถูกต้องตามมาตรา ๕๓๘ เท่านั้น สัญญาเช่าระหว่างผู้ร้องกับนายพุฒ แซ่อึ้ง เจ้าของเดิมก็มิได้มีการจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงมีผลบังคับเพียง ๓ ปี นับแต่วันทำสัญญาเช่าจนถึงวันยื่นคำร้องเกินกำหนด ๓ ปีแล้ว ผู้ร้องจึงไม่อาจอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าดังกล่าวขึ้นตั้งข้อพิพาทกับโจทก์ได้ ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4511/2529
นายหลั่น สืบค้า โจทก์
นายสมบูรณ์ ศิริจรูญวงศ์ ผู้ร้อง
นายสมพงษ์ ปัทมภิภพศรี หรือปัทมพิภพศรี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหลั่น สืบค้า · ผู้ร้อง - นายสมบูรณ์ ศิริจรูญวงศ์ · จำเลย - นายสมพงษ์ ปัทมภิภพศรี หรือปัทมพิภพศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทิน นนทแก้ว · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสิทธิชัย รุ่งตระกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายเคียง บุญเพิ่ม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา