⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1574/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1574/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิของผู้เช่าในที่ดินที่เช่ามีอยู่ตามสัญญาเช่า มิใช่ขึ้นอยู่กับตัวผู้ทรงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้เช่าจากการถูกขับไล่ มิใช่ผลโดยตรงจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ในการรับจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ แต่เป็นเพราะผู้เช่าหมดสิทธิตามสัญญาเช่า

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ในฐานะผู้เช่าที่ดินจะอยู่ในที่ดินที่เช่าได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสิทธิตามสัญญาเช่า มิใช่ขึ้นอยู่กับตัวผู้ทรงกรรมสิทธิ์ในที่ดินว่าจะเป็นผู้ใด แม้จำเลยในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่รับจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่โจทก์เช่าโดยมิได้ตรวจสอบหนังสือมอบอำนาจของผู้ขายให้ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ และโจทก์ถูกผู้ซื้อฟ้องขับไล่จนกระทั่งศาลพิพากษาให้ขับไล่โจทก์ โจทก์ก็มิใช่ผู้เสียหายที่จะฟ้องจำเลยในข้อหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการรับจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์เพราะผลที่โจทก์ได้รับตามคำพิพากษามิใช่เป็นผลที่เกิดจากการกระทำของจำเลย แต่เป็นเพราะโจทก์หมดสิทธิต่างหาก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับราชการกรมที่ดิน ทำหน้าที่เจ้าพนักงานที่ดินได้รับจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๙๙๗ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยฝ่ายผู้ขายได้นำสำเนาภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจของเจ้าของที่ดินมาแสดง ในช่องผู้มอบอำนาจเป็นตัวพิมพ์ไม่มีลายมือชื่อของเจ้าของที่ดิน ทั้งนี้ จำเลยไม่เรียกต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจมาตรวจสอบ และมิได้ตรวจสอบลายมือผู้ขายว่าเป็นของเจ้าของที่ดินถูกต้องแท้จริงหรือไม่ อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและฝ่าฝืนกฎหมาย และทำให้โจทก์ในฐานะผู้เช่าที่ดินต้องได้รับความเสียหาย เนื่องจากผู้ซื้อได้นำสัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าวมาฟ้องขับไล่โจทก์และศาลพิพากษาให้ขับไล่โจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ศาลชั้นต้นงดไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า โจทก์อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายอันจะทำให้เกิดสิทธิฟ้องจำเลยได้หรือไม่ พิจารณาตามคำฟ้องที่โจทก์บรรยายมาแล้ว มูลกรณีที่โจทก์อ้างเป็นเหตุฟ้องจำเลยในคดีนี้ เนื่องจากจำเลยในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๙๙๗ แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยที่มิได้ตรวจสอบหนังสือมอบอำนาจของผู้ขายให้ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการที่กำหนดไว้เสียก่อน ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินอยู่ในที่แปลงนี้ได้รับความเสียหาย เพราะถูกผู้ซื้อฟ้องขับไล่ จนศาลแพ่งมีคำพิพากษาขับไล่โจทก์ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ความจริงจะเป็นดังที่โจทก์ฟ้องโจทก์ก็มิใช่ผู้เสียหาย เพราะผลที่โจทก์ได้รับตามคำพิพากษาของศาลนั้นมิใช่เป็นผลที่เกิดจากการกระทำของจำเลย แต่เป็นเพราะโจทก์หมดสิทธิที่จะอยู่ในที่ดินแปลงนี้ต่อไปต่างหาก หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง การที่โจทก์จะอยู่ในที่แปลงนี้ต่อไปได้หรือไม่นั้นย่อมขึ้นอยู่กับสิทธิตามสัญญาเช่าของโจทก์เอง หาใช่ขึ้นอยู่กับตัวผู้ทรงกรรมสิทธิ์ในที่ดินว่าจะเป็นผู้ใดไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1574/2528 นายอาภรณ์ วัสดุวานิชย์ชัย โจทก์ นายกอบเกียรติ กิติคุณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอาภรณ์ วัสดุวานิชย์ชัย · จำเลย - นายกอบเกียรติ กิติคุณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ รอดเจริญ · ทวี กสิยพงศ์ · เสรี แสงศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายมาโนช เพียรสนอง · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 8080/2538ฎีกา 6239/2551ฎีกา 605/2511ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 7281/2537ฎีกา 2252/2560ฎีกา 1036/2506ฎีกา 11720/2555ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 247/2529ฎีกา 1593/2524ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2224/2528ฎีกา 2747/2529ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1616/2522ฎีกา 2160/2518ฎีกา 9083/2544ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา