คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1574/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิของผู้เช่าในที่ดินที่เช่ามีอยู่ตามสัญญาเช่า มิใช่ขึ้นอยู่กับตัวผู้ทรงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้เช่าจากการถูกขับไล่ มิใช่ผลโดยตรงจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ในการรับจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ แต่เป็นเพราะผู้เช่าหมดสิทธิตามสัญญาเช่า
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ในฐานะผู้เช่าที่ดินจะอยู่ในที่ดินที่เช่าได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสิทธิตามสัญญาเช่า มิใช่ขึ้นอยู่กับตัวผู้ทรงกรรมสิทธิ์ในที่ดินว่าจะเป็นผู้ใด แม้จำเลยในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่รับจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่โจทก์เช่าโดยมิได้ตรวจสอบหนังสือมอบอำนาจของผู้ขายให้ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ และโจทก์ถูกผู้ซื้อฟ้องขับไล่จนกระทั่งศาลพิพากษาให้ขับไล่โจทก์ โจทก์ก็มิใช่ผู้เสียหายที่จะฟ้องจำเลยในข้อหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการรับจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์เพราะผลที่โจทก์ได้รับตามคำพิพากษามิใช่เป็นผลที่เกิดจากการกระทำของจำเลย แต่เป็นเพราะโจทก์หมดสิทธิต่างหาก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับราชการกรมที่ดิน ทำหน้าที่เจ้าพนักงานที่ดินได้รับจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๙๙๗ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยฝ่ายผู้ขายได้นำสำเนาภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจของเจ้าของที่ดินมาแสดง ในช่องผู้มอบอำนาจเป็นตัวพิมพ์ไม่มีลายมือชื่อของเจ้าของที่ดิน ทั้งนี้ จำเลยไม่เรียกต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจมาตรวจสอบ และมิได้ตรวจสอบลายมือผู้ขายว่าเป็นของเจ้าของที่ดินถูกต้องแท้จริงหรือไม่ อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและฝ่าฝืนกฎหมาย และทำให้โจทก์ในฐานะผู้เช่าที่ดินต้องได้รับความเสียหาย เนื่องจากผู้ซื้อได้นำสัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าวมาฟ้องขับไล่โจทก์และศาลพิพากษาให้ขับไล่โจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗
ศาลชั้นต้นงดไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า โจทก์อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายอันจะทำให้เกิดสิทธิฟ้องจำเลยได้หรือไม่ พิจารณาตามคำฟ้องที่โจทก์บรรยายมาแล้ว มูลกรณีที่โจทก์อ้างเป็นเหตุฟ้องจำเลยในคดีนี้ เนื่องจากจำเลยในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๙๙๗ แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยที่มิได้ตรวจสอบหนังสือมอบอำนาจของผู้ขายให้ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการที่กำหนดไว้เสียก่อน ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินอยู่ในที่แปลงนี้ได้รับความเสียหาย เพราะถูกผู้ซื้อฟ้องขับไล่ จนศาลแพ่งมีคำพิพากษาขับไล่โจทก์ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ความจริงจะเป็นดังที่โจทก์ฟ้องโจทก์ก็มิใช่ผู้เสียหาย เพราะผลที่โจทก์ได้รับตามคำพิพากษาของศาลนั้นมิใช่เป็นผลที่เกิดจากการกระทำของจำเลย แต่เป็นเพราะโจทก์หมดสิทธิที่จะอยู่ในที่ดินแปลงนี้ต่อไปต่างหาก หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง การที่โจทก์จะอยู่ในที่แปลงนี้ต่อไปได้หรือไม่นั้นย่อมขึ้นอยู่กับสิทธิตามสัญญาเช่าของโจทก์เอง หาใช่ขึ้นอยู่กับตัวผู้ทรงกรรมสิทธิ์ในที่ดินว่าจะเป็นผู้ใดไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1574/2528
นายอาภรณ์ วัสดุวานิชย์ชัย โจทก์
นายกอบเกียรติ กิติคุณ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอาภรณ์ วัสดุวานิชย์ชัย · จำเลย - นายกอบเกียรติ กิติคุณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวัสดิ์ รอดเจริญ · ทวี กสิยพงศ์ · เสรี แสงศิลป์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายมาโนช เพียรสนอง · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร ทองประยูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา