⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 110/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 110/2495

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่กำหนดเวลาเช่าเกินกว่า 3 ปี หากไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่มีผลเพียงให้เช่าได้ 3 ปีเท่านั้น และเมื่อผู้ให้เช่าขายอสังหาริมทรัพย์ที่เช่าไป ผู้เช่าไม่มีสิทธิฟ้องร้องบังคับให้ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ต้องรับไปปฏิบัติตามสัญญาเช่าที่ทำไว้กับผู้ให้เช่าเดิมต่อไป

ย่อคำพิพากษา

ทำสัญญาเช่าสวนกันมีกำหนด 8 ปี 6 เดือน โดยทำเป็นหนังสือ จดทะเบียนที่หอทะเบียนที่ดิน แล้วต่อมาได้ทำสัญญาเช่ากันอีก 1 ฉะบับ มีกำหนด 2 ปี นับตั้งแต่วันหมดกำหนดอายุสัญญาเช่าฉะบับแรก แต่สัญญาฉะบับที่ 2 นี้ทำกันทีอำเภอ ดังนี้ สัญญาเช่าฉะบับที่ 2 นี้ มีผลว่าถ้าครบกำหนดสัญญาเช่าเดิม ผู้ให้เช่าจะให้เช่าต่อไปอีก 2 ปี ฉะนั้นถ้าผู้ให้เช่าขายกรรมสิทธสวนนั้นไปเมื่อก่อนครบกำหนดอายุสัญญาเช่าฉะบับแรก ผู้ให้เช่านั้นก็ไม่มีสิทธิที่จะให้เช่าตามสัญญาเช่าต่อ ที่ทำล่วงหน้าให้ไว้แล้วนั้นได้ต่อไป เพราะได้ขายกรรมสิทธิไปเสียก่อนแล้ว ส่วนเจ้าของคนใหม่ก็ไม่มีภาระที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาที่เจ้าของเดิมทำล่วงหน้าไว้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.564 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เช่าส่วนส้มจากจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๘ ปี ๖ เดือน สัญญาเช่าทำกันเป็นหนังสือที่หอทะเบียนที่ดิน ต่อมาได้เช่าต่อกันอีก ๒ ปี พนักงานที่ดินแนะนำให้ไปทำที่อำเภอ จึงไปทำสัญญาเช่าที่อำเภอ มีอายุสัญญาเช่า ๒ ปี ให้มีผลนับต่อจากสัญญาเช่าเดิม ต่อมาจำเลยที่ ๓ ขายที่สวนนี้ให้แก่จำเลยที่ ๑ และเมื่อหมดสัญญาเช่าฉะบับ ๖ ปี ๘ เดือนแล้ว จำเลยที่ ๑ บอกเลิกสัญญาเช่าต่อไป แต่โจทก์ไม่ยอม จำเลยที่ ๑ - ๒ - ๓ ได้เข้ายึดสวนรายนี้ไม่ให้โจทก์ครอบครอง จึงขอให้ห้ามจำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาห้ามมิให้จำเลยและบริวารเกี่ยวข้องในสวนพิพาท และให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาเช่าที่กล่าวนั้นต้องถือว่าเป็นสัญญา ๒ ฉะบับ จะต่อรวมกันเป็นสัญญาฉะบับเดียวกันหาได้ไม่ เพราะต่างแบบ กฎหมายบัญญัติถึงอำนาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้ทำต่างกัน ทั้งต่างวาระกันมิได้รวมให้เป็นสัญญาฉะบับเดียวกัน สัญญาเช่าต่อใหม่ ๒ ปีนี้ แท้จริงมีผลว่าถ้าครบกำหนดสัญญาเช่าเดิม ผู้ให้เช่าจะให้เช่าต่อไปอีก ๒ ปี บัดนี้ปรากฎว่าเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าฉะบับแรก ผู้ให้เช่าได้หลุดจากการเป็นเจ้าของที่ดิน ไม่มีสิทธิที่จะให้เช่าตามสัญญาเช่าต่อที่ทำล่วงหน้าให้ไว้แล้วนั้น ได้ต่อไป เพราะได้ขายกรรมสิทธิไปเสียก่อนแล้ว ส่วนเจ้าของใหม่ ก็ไม่มีภาระที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาที่เจ้าของเดิมทำล่วงหน้าไว้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้ว จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 110/2495 นายแฉะ แซ่เอี้ยว โจทก์ นายทองสุข บุนนาคที่ 1, นายสมาน ทองบุนนาค ที่ 2, นายแผ้ว กรุ ดสัมพันธ์ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแฉะ แซ่เอี้ยว · กรุ - นายทองสุข บุนนาคที่ 1, นายสมาน ทองบุนนาค ที่ 2, นายแผ้ว · จำเลย - ดสัมพันธ์ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเชื้อ คงคาสกุล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิภาศนฤพนธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 698/2540ฎีกา 1111/2494ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 1439/2524ฎีกา 1437/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 2725/2532ฎีกา 3496/2535ฎีกา 442/2496ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 3193/2534ฎีกา 247/2529ฎีกา 514/2499ฎีกา 46-48/2522ฎีกา 2132/2538ฎีกา 461/2552ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2224/2528ฎีกา 3303/2532ฎีกา 4511/2529ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1616/2522ฎีกา 5911-5913/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา