⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1437/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1437/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับเงินกินเปล่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่าตามสัญญาเช่าธรรมดา ไม่ทำให้สัญญาเช่ามีผลเกินกว่า 3 ปี โดยไม่ต้องจดทะเบียน และผู้ให้เช่าสามารถบอกเลิกสัญญาได้

ย่อคำพิพากษา

การรับเงินกินเปล่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่าตามสัญญาธรรมดา ไม่เป็นเหตุที่จะบังคับให้โจทก์ต้องยอมให้จำเลยเช่าเกิน 3 ปี โดยไม่ต้องจดทะเบียน โจทก์บอกเลิกการเช่าได้ ( อ้างฎีกาที่ 1325/2506 ) โจทก์นำหนังสือบอกกล่าวเลิกการเช่าไปส่งให้จำเลย ไม่พบจำเลย จึงอ่านข้อความในหนังสือนั้นให้คนในร้านฟัง แล้วให้เซ็นรับ แต่ไม่มีคนยอมรับ จึงได้ทิ้งหนังสือไว้ที่ในร้านชองจำเลย ดังนี้ ถือว่าโจทก์ได้แสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาเช่าไปถึงจำเลยโดยชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกแถวของโจทก์ โจทก์บอกเลิกเช่าแล้ว จำเลยก็ไม่ออก ขอให้ศาลบังคับ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะตึกยังมิได้โอนเป็นของโจทก์เจ้าของร่วมมิได้มอบให้ฟ้อง จำเลยเสียเงินกินเปล่าไปแล้วในงวด ๓ ปีแรก และยังมีข้อตกลงให้เช่าต่อไปอีก ๓ ปี จำเลยยังไม่ได้รับหนังสือบอกเลิกเช่า โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกการเช่า และฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ให้จำเลยเช่าตึกพิพาทต่อไปอีก ๒ งวด จนครบสัญญาเช่า โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งตามฟ้องเดิมของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า เงินกินเปล่าไม่ใช่สิ่งตอบแทนอย่างอื่นนอกจากเป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่าเป็นการเช่าตามสัญญา จำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าวเลิกเช่าแล้ว โจทก์เป็นเจ้าของร่วมและได้ซื้อตึกพิพาท จึงมีอำนาจฟ้อง ให้ขับไล่จำเลยและบริวาร และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายยกฟ้องแยกจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เป็นเจ้าของร่วม และได้ซื้อตึกพิพาทมาเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แต่ผู้เดียว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง การรับเงินกินเปล่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่าตามสัญญาเช่าธรรมดา ไม่เป็นเหตุที่จะบังคับให้โจทก์ต้องยอมให้จำเลยเช่าเกิน ๓ ปี โดยไม่ต้องจดทะเบียน ดังฎีกาที่ ๑๓๒๕/๒๕๐๖ โจทก์บอกเลิกเช่าได้ โจทก์นำหนังสือบอกเลิกการเช่าไปส่งให้จำเลย ไม่พบจำเลย จึงอ่านข้อความในหนังสือนั้นให้คนในร้านฟัง แล้วให้เซ็นรับ ไม่มีคนยอมรับ จึงได้ทิ้งหนังสือไว้ที่ร้านของจำเลย ดังนี้ ถือได้ว่า โจทก์ได้แสดงเจตนาบอกเลิก สัญญาเช่าไปถึงจำเลยโดยชอบแล้ว พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1437/2510 พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองศ์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล โดยนายประกอบ กำเนิดพลอย ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายยุ้ยเสี่ยง แซ่หว่อง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความกำเนิดพลอย - พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองศ์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล โดยนายประกอบ · โจทก์ - ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายยุ้ยเสี่ยง แซ่หว่อง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · วิเชียร เศวตรุนทร์ · ประสม เภกะสุต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจรัส ศรีวรรธนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลัม รุทระวณิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 691/2491ฎีกา 1413/2513ฎีกา 791/2501ฎีกา 876/2516ฎีกา 5542/2542ฎีกา 896-899/2518ฎีกา 2132-2135/2538ฎีกา 534/2509ฎีกา 734/2516ฎีกา 1678/2512ฎีกา 1249/2515ฎีกา 7609/2555ฎีกา 2231/2531ฎีกา 2505/2524ฎีกา 1111/2494ฎีกา 349/2509ฎีกา 1408/2497ฎีกา 835/2499ฎีกา 25/2491ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 1226/2508ฎีกา 1439/2524ฎีกา 152/2525ฎีกา 5745/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา