⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1674/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1674/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้ฎีกา ให้มิต้องได้รับโทษเช่นเดียวกับจำเลยที่ได้ฎีกาได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสามถูกฟ้องว่าร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายในลักษณะของการโทรมหญิง การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงเป็นการกระทำที่อยู่ในส่วนลักษณะคดี เมื่อข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามกระทำการอันเป็นความผิดดังที่โจทก์ฟ้อง ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 2ซึ่งมิได้ฎีกา ให้มิต้องได้รับโทษเช่นเดียวกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ซึ่งได้ยื่นฎีกาได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 213,225.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรานางสาวอมร ผู้เสียหายในลักษณะโทรมหญิง ขอให้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา276, 278, 83 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 ให้จำคุกคนละ 15 ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้1 ใน 3 คงจำคุกคนละ 10 ปี ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสามได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายดังที่โจทก์ฟ้อง แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "...คดีมีปัญหาต่อไปว่า การที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ยื่นฎีกา ส่วนจำเลยที่ 2 ยื่นฎีกาหลังกำหนดเวลาและศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 เมื่อศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 เพราะข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าได้ร่วมกันกระทำความผิดดังที่โจทก์ฟ้องแล้วคำพิพากษาจะมีผลถึงจำเลยที่ 2 ด้วยหรือไม่ เห็นว่าจำเลยทั้งสามถูกฟ้องว่าร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายในลักษณะของการโทรมหญิง การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงเป็นการกระทำที่อยู่ในส่วนลักษณะคดี เมื่อข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามกระทำการอันเป็นความผิดดังที่โจทก์ฟ้องแล้วศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 2 ซึ่งมิได้ฎีกาให้มิต้องได้รับโทษเช่นเดียวกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ซึ่งได้ยื่นฎีกา ตามมาตรา 213, 225 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยทั้งสามให้พ้นข้อหาไป". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1674/2530 พนักงานอัยการ ประจำศาลจังหวัดหล่มสัก โจทก์ นายเด็ด บุญเจียง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาลจังหวัดหล่มสัก · จำเลย - นายเด็ด บุญเจียง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2406/2523ฎีกา 9174/2551ฎีกา 1080/2505ฎีกา 12564/2547ฎีกา 4942/2528ฎีกา 272/2565ฎีกา 1368/2549ฎีกา 7787/2551ฎีกา 237/2484ฎีกา 2281/2545ฎีกา 2015/2547ฎีกา 4085/2545ฎีกา 9200/2552ฎีกา 6591/2537ฎีกา 2333/2516ฎีกา 8593/2544ฎีกา 779/2541ฎีกา 213/2539ฎีกา 1258/2542ฎีกา 1356-1360/2508ฎีกา 7352/2549ฎีกา 4537/2548ฎีกา 2486/2558ฎีกา 1353/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ