⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1834/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1834/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ประจักษ์พยานเพียงปากเดียวเบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้าย และพยานหลักฐานอื่นสอดคล้องสนับสนุนกัน ก็เพียงพอที่จะรับฟังลงโทษจำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์จะมีประจักษ์พยานเพียงปากเดียวที่เบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นคนยิงผู้ตาย แต่พยานก็ได้เห็นเหตุการณ์ในเวลากลางวันไม่มีเหตุสงสัยว่าจะจำคนร้ายผิดตัว หลังเกิดเหตุประจักษ์พยานดังกล่าวก็ได้แจ้งต่อภริยาผู้ตายทันทีว่าจำเลยเป็นคนร้าย นอกจากนี้โจทก์ยังมีพยานอีกปากหนึ่งเห็นจำเลยถือปืนพกวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ซึ่งมีพวกจำเลยเป็นผู้ขับแล้วพากันหลบหนีไป พยานหลักฐานโจทก์จึงรับฟังลงโทษจำเลยได้.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์มีประจักษ์พยาน 1 ปาก คือนายลิ่มเส้งมี ที่เบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงผู้ตาย 2 นัด ทางด้านหลังจนถึงแก่ชีวิต ที่เกิดเหตุอยู่ในบ่อนไก่พยานได้เข้าไปดูการพนันชนไก่ในวันนั้นด้วยและอยู่ห่างผู้ตายเพียง3 วงเท่านั้น ประกอบกับเป็นเวลากลางวัน จึงไม่มีเหตุสงสัยว่าพยานจะจำคนร้ายผิดตัว และหลังเกิดเหตุพยานก็ได้แจ้งให้นายเฟือ เส้งมีภริยาผู้ตายยทันทีว่าใครเป็นคนร้าย นอกจากนี้นายกล่ำ เส้งมี พยานโจทก์อีกปากหนึ่งก็เห็นจำเลยถือปืนพกสั้นวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ซึ่งมีพวกของจำเลยเป็นผู้ขับแล้วพากันหลบหนีไป การที่โจทก์ไม่มีพยานอื่นมาเบิกความสนับสนุนนอกจากภริยาและญาติของผู้ตาย ก็น่าเชื่อว่าเป็นเพราะจำเลยเป็นหลานของนายเยื้อง นวลปาน กำนันท้องที่เกิดเหตุ ซึ่งนับว่าเป็นผู้มีอิทธิพลอยู่ในท้องถิ่นดังจะเห็นได้จากการกระทำของจำเลยที่กล้าเข้าไปยิงผู้ตายถึงในบ่อนไก่อันเป็นที่ชุมชนต่อหน้าบุคคลอื่นในเวลากลางวันแสก ๆ โดยมิได้ยำเกรงต่อกฎหมายของบ้านเมือง ดังนั้นการที่ไม่มีผู้ใดยอมมาให้การเป็นพยานในสิ่งที่ตนรู้เห็นต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงไม่ถือเป็นข้อพิรุธอันจะทำให้คิดระแวงสงสัยไปว่าจำเลยอาจมิใช่คนร้ายในคดีนี้ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานตามทางนำสืบของโจทก์ฟังได้มั่นคงว่า จำเลยเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายในวันเกิดเหตุจริงศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1834/2530 พนักงานอัยการ จังหวัดพัทลุง โจทก์ นายกรี หรือหนูศรี ขุนอักษร หรือศรีอักษร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดพัทลุง · จำเลย - นายกรี หรือหนูศรี ขุนอักษร หรือศรีอักษร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ รอดเจริญ · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ