⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 193/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 193/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อลูกจ้างเคยฟ้องคดีต่อศาลแรงงานเกี่ยวกับการเลิกจ้างแล้ว และคดีถึงที่สุดไปแล้ว ลูกจ้างจะนำสิทธิเรียกร้องอันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวเนื่องกับการเลิกจ้างนั้นมาฟ้องเป็นคดีใหม่ไม่ได้อีก

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เคยฟ้องจำเลยสาเหตุเนื่องจากจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์และได้กล่าวฟ้องโดยอาศัยบทบัญญัติมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ซึ่งในการพิจารณาของศาลอาจบังคับให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือไม่รับกลับเข้าทำงาน โดยกำหนดให้นายจ้างชดใช้ค่าเสียหายให้ลูกจ้างแทนการกลับเข้าทำงานก็ได้ ดังนั้นเมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์แล้ว โจทก์มีสิทธิเรียกร้องต่อจำเลยประการใดอันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวเนื่องกับการเลิกจ้างนั้น โจทก์ย่อมต้องใช้สิทธิเรียกร้องมาในคราวเดียวกันทั้งหมด การที่โจทก์มิได้เรียกร้องค่าจ้าง ค่าครองชีพ เงินช่วยเหลือบุตร สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินบำเหน็จ ค่าชดเชย และเงินประกันเสียในคดีก่อนซึ่งถึงที่สุดไปแล้วแต่กลับมาเรียกร้องเป็นคดีหลัง ฟ้องโจทก์คดีหลังจึงเป็นฟ้องซ้ำ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นพนักงานของจำเลย ต่อมาจำเลยให้พักงานโจทก์ โดยไม่จ่ายเงินเดือน ค่าครองชีพ และเงินช่วยเหลือบุตรให้แก่โจทก์ ในที่สุดจำเลยได้มีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ฐานผิดวินัยโดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายเงินบำเหน็จกับค่าชดเชย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินบำเหน็จ ค่าชดเชย เงินประกัน พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์เคยฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางในประเด็นที่อาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ซึ่งโจทก์อาจฟ้องเรียกเงินต่าง ๆ รวมกับคดีก่อนได้แล้ว จึงเป็นฟ้องซ้ำ ฯลฯ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน ๒๔,๗๘๐ บาท เงินประกันเป็นเงิน ๑,๒๓๖ บาท ๑๑ สตางค์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป กับให้จ่ายค่าจ้างเป็นเงิน ๑,๓๔๙ บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยอุทธรณ์ว่าเดิมโจทก์เคยฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่สั่งให้โจทก์ออกจากงานและขอให้รับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิม ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม พิพากษายกฟ้องคดีถึงที่สุด การที่โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้และมีคำขอเรียกค่าจ้าง ค่าครองชีพ เงินช่วยเหลือบุตร สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินบำเหน็จค่าชดเชยและเงินประกันซึ่งโจทก์อาจเรียกร้องในคดีก่อนได้อยู่แล้ว จึงเป็นฟ้องซ้ำ พิเคราะห์แล้ว ได้ความว่า เดิมโจทก์เคยฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางว่า จำเลยให้โจทก์ออกจากงานโดยกล่าวหาว่าโจทก์กระทำผิดวินัยตามข้อบังคับขององค์การแก้ว ว่าด้วยการพนักงาน พ.ศ. ๒๕๒๓ ข้อ ๒๔ อันไม่เป็นความจริงขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิม ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่โดยมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต การที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงานจึงไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์คดีถึงที่สุดแล้ว ปรากฏตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง หมายเลขดำที่ ๑๖๐๒/๒๕๒๖ หมายเลขแดงที่ ๓๑๖๗/๒๕๒๗ และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๓๑/๒๕๒๘ ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์เคยฟ้องจำเลยตามคดีดังกล่าวมาแล้วนั้น สาเหตุก็เนื่องจากจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ตามคำสั่งของจำเลยที่ ๕๕/๒๕๒๖ ลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๒๖ และโจทก์ได้กล่าวฟ้องโดยอาศัยบทบัญญัติในมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งในการพิจารณาของศาลก็อาจบังคับให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือไม่รับกลับเข้าทำงานโดยกำหนดให้นายจ้างชดใช้ค่าเสียหายให้ลูกจ้างแทนการกลับเข้าทำงานก็ได้ ดังนั้น เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์แล้ว โจทก์มีสิทธิเรียกร้องต่อจำเลยประการใดอันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวเนื่องกับการเลิกจ้างนั้นโจทก์ก็ย่อมต้องใช้สิทธิเรียกร้องมาในคราวเดียวกันทั้งหมด การที่โจทก์มิได้เรียกร้องค่าจ้าง ค่าครองชีพ เงินช่วยเหลือบุตร สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินบำเหน็จ ค่าชดเชย และเงินประกันไว้ในคดีดังกล่าว แต่กลับมาเรียกร้องเป็นคดีนี้ ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขดำที่ ๑๖๐๒/๒๕๒๖ หมายเลขแดงที่ ๓๑๖๗/๒๕๒๗ ของศาลแรงงานกลางตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับคำขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย เงินประกันและค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 193/2530 นายสมบูรณ์ เอี้ยวเจริญ โจทก์ องค์การแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมบูรณ์ เอี้ยวเจริญ · จำเลย - องค์การแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 26/2524ฎีกา 2328/2533ฎีกา 4742/2553ฎีกา 8875/2542ฎีกา 945/2504ฎีกา 5086/2537ฎีกา 1030/2509ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1228/2539ฎีกา 2093/2532ฎีกา 859/2527ฎีกา 5712/2541ฎีกา 6252/2540ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา