⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1983/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1983/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่หน่วยงานของรัฐได้รายงานผลการสอบสวนหาผู้รับผิดทางแพ่งและมีการบันทึกรับทราบเรื่อง ถือว่าหน่วยงานของรัฐได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว

ย่อคำพิพากษา

คณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่งเกี่ยวกับกรณีรถยนต์ของโจทก์ที่สูญหายได้รายงานผลการสอบสวนสรุปความเห็นเป็น 3 ประการเสนอต่อเลขาธิการสำนักงานโจทก์แล้ว เลขาธิการได้บันทึกต่อท้ายรายงานนั้นว่า'ทราบ สยช. (โจทก์) ได้รับเรื่องเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2526 ขอให้ ลขก. (เลขานุการกรม) พิจารณาเสนอ' จึงต้องถือว่า โจทก์ได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2526 การให้เลขานุการกรมพิจารณาเสนอความเห็น เป็นเรื่องที่เลขาธิการสำนักงานโจทก์ดำเนินการต่อไปหลังจากรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว หาใช่ยังไม่รู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักงานโจทก์และได้รับมอบหมายให้ควบคุม สั่งการ และดูแลรักษารถยนต์โตโยต้าคันหมายเลขทะเบียน กท.๒ ง - ๗๓๑๔ ของโจทก์ ได้นำรถยนต์ไปใช้ราชการแล้วละเลยไม่สั่งการให้นำรถยนต์ไปจอดเก็บรักษาไว้ในบริเวณจอดรถที่สำนักงาน ป.ป.ป. ตามปกติ เป็นการผิดระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. ๒๕๒๓ และประมาท เป็นเหตุให้คนร้ายลักรถยนต์ดังกล่าวไป ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยให้ใช้เงินค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การต่อสู้หลายประการ และว่าคดีขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏตามที่คู่ความแถลงรับกันว่า คณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่งเกี่ยวกับกรณีรถยนต์สูญหายซึ่งแต่งตั้งโดยผู้รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานโจทก์ได้ทำรายงานผลการสอบสวนลงวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๒๖ เสนอต่อเลขาธิการสำนักงานโจทก์สรุปความเห็นว่าคณะกรรมการ ฯ มีความเห็นเป็น ๓ ประการ ประการที่ ๑ ผู้ที่ต้องรับผิดทางแพ่ง คือ นายวิฑูรย์ คุ้มเกิด พนักงานขับรถ นายเรือง เจิมศิริ หัวหน้างานธุรการ กองส่งเสริมและพัฒนาเยาวชน นายพิทยา รอดเมืองเจ้าหน้าที่อยู่เวร ประการที่ ๒ เห็นว่า ผู้ที่ต้องรับผิดคือ นายวิฑูรย์ คุ้มเกิด กับจำเลย และประการที่ ๓ เห็นว่านายวิฑูรย์ คุ้มเกิด ผู้เดียวควรรับโทษทางวินัยเท่านั้น และนายกระมล ทองธรรมชาติ เลขาธิการสำนักงานโจทก์ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารและรับผิดชอบการปฏิบัติราชการของสำนักงานโจทก์ในขณะนั้นได้บันทึกต่อท้ายรายงานของคณะกรรมการ ฯ ดังกล่าวว่า 'ทราบ สยช. (โจทก์) ได้รับเรื่องเมื่อ ๓ พฤษภาคม ๒๕๒๖ ขอให้ ลขก. (เลขานุการกรม) พิจารณาเสนอ ' จึงต้องถือว่า โจทก์ได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วตั้งแต่วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๒๖ การให้เลขานุการกรมพิจารณาเสนอความเห็นก็เป็นเรื่องที่เลขาธิการสำนักงานโจทก์ดำเนินการต่อไปหลังจากรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว หาใช่ยังไม่รู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่ มิฉะนั้นอายุความหนึ่งปีที่กำหนดไว้ก็จะขยายออกไปได้เรื่อย ๆ แล้วแต่ความล่าช้าในการดำเนินการของโจทก์ โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๒๗ จึงพ้นกำหนดปีหนึ่ง คดีของโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1983/2530 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ โจทก์ นายสุจินต์ ไฝ่เจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ · จำเลย - นายสุจินต์ ไฝ่เจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจิตต์ เอกัตต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสัญชัย สิงหลกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 707/2507ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2908/2530ฎีกา 3089/2537ฎีกา 6304/2540ฎีกา 2685/2536ฎีกา 5095/2556ฎีกา 6560/2555ฎีกา 2225/2536ฎีกา 4258/2541ฎีกา 860/2525ฎีกา 588/2514ฎีกา 1913/2534ฎีกา 2499/2524ฎีกา 7231/2538ฎีกา 3763/2532ฎีกา 2562/2522ฎีกา 2425/2538ฎีกา 10930/2554ฎีกา 4085/2559ฎีกา 142/2535ฎีกา 282/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา