⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2109/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2109/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินเพิ่มตามกฎหมายภาษีอากรที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องดอกเบี้ยตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาเรียกร้องซ้ำอีกได้.

ย่อคำพิพากษา

ป. รัษฎากร มาตรา 89 ทวิ ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะพิพาทบัญญัติให้ผู้ประกอบการค้าที่ไม่ชำระภาษีให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ และกำหนดไว้ด้วยว่าเงินเพิ่มตามมาตรานี้มิให้เกินกว่าจำนวนภาษีที่ต้องชำระ แสดงว่ากฎหมายได้บัญญัติทางแก้ สำหรับกรณีลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ค่าภาษีที่ค้างไว้โดยเฉพาะ แล้ว จึงนำ ป.พ.พ. มาตรา 224 ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาเรียกร้องเอากับลูกหนี้ซ้ำอีกหาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากรมาตรา 89 ทวิ เป็นเงินเพิ่มสำหรับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลจำนวน 11,980.88 บาทรวมเป็นเงินภาษีที่ค้างชำระซึ่งจำเลยต้องชำระทั้งสิ้น 164,138.38 บาท จำเลยให้การว่า จำเลยได้ชำระภาษีอากรสำหรับสินค้าไว้ถูกต้องแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระภาษีอากรจำนวน 164,138.38บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน140,176.62 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "คงมีปัญหาในชั้นนี้เฉพาะค่าดอกเบี้ยของเงินภาษีการค้า 10,891.72 บาท และภาษีบำรุงเทศบาล1,089.17 บาทนั้นโจทก์จะเรียกเอาดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จได้หรือไม่ เห็นว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นเรื่องที่ขอดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดนั่นเองเมื่อประมวลรัษฎากร มาตรา 89 ทวิ ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น บัญญัติให้ผู้ประกอบการค้าที่ไม่ชำระภาษีให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ และกำหนดไว้ด้วยว่าเงินเพิ่มตามมาตรานี้ มิให้เกินกว่าจำนวนภาษีที่ต้องชำระ ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่า กฎหมายได้บัญญัติทางแก้สำหรับกรณีลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ค่าภาษีที่ค้างไว้โดยเฉพาะแล้ว และกฎหมายมุ่งประสงค์เพียงที่จะเรียกเอาเป็นเงินไม่เกินกว่าจำนวนภาษีที่ต้องชำระเท่านั้นจึงจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาเรียกร้องเอากับลูกหนี้ซ้ำอีกหาได้ไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะได้รับดอกเบี้ยดังที่อุทธรณ์มา ส่วนเรื่องดอกเบี้ยของเงินจำนวน 140,176.62 บาท ไม่เป็นประเด็นในชั้นนี้ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2109/2530 กรมศุลกากร กับพวก โจทก์ บริษัท กระเบื้อง ซุปเปอร์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมศุลกากร กับพวก · จำเลย - บริษัท กระเบื้อง ซุปเปอร์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 1781/2509ฎีกา 8396/2538ฎีกา 4623/2540ฎีกา 4225/2529ฎีกา 2843/2546ฎีกา 2384/2536ฎีกา 4873/2528ฎีกา 6695/2548ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 3295/2533ฎีกา 6164/2533ฎีกา 5887/2537ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4563/2557ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2794/2526ฎีกา 1776/2541ฎีกา 7633/2550ฎีกา 75/2481ฎีกา 10881/2546ฎีกา 2431/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ