⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2156/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2156/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การไถ่ถอนการขายฝาก แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียน ก็มีผลผูกพันระหว่างคู่สัญญา และทำให้สิทธิในทรัพย์สินกลับคืนมาสู่ผู้รับไถ่โดยสมบูรณ์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทไว้กับ ซ.สามีโจทก์ 1 ปีจำเลยได้ไถ่ถอนการขายฝากแล้ว แม้การไถ่ถอนจะไม่ได้จดทะเบียนก็ตาม ก็เป็นเพียงทำให้การกลับคืนมาซึ่งทรัพย์สิทธิในที่ดินยังไม่บริบูรณ์เท่านั้น แต่ในระหว่างโจทก์และจำเลยด้วยกันเอง ย่อมมีผลใช้ยันกันได้ โจทก์ซึ่งเป็นทายาทของ ซ. จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.492 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.498 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาและผู้จัดการมรดกของนายซิ่วขิมหรือขิม ผรณาปิติ จำเลยเช่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓) เลขที่ ๙๗ ตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จากนายซิ่วขิมทำหนังสือสัญญาเช่าคราวละ ๑ ปี เมื่อนายซิ่วขิมตายจำเลยก็ทำสัญญาเช่ากับโจทก์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ มีกำหนดเวลาเช่า ๑ ปี ค่าเช่า ๑๓,๐๐๐ บาท เมื่อหมดอายุสัญญา โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยส่งมอบที่ดินคืน จำเลยไม่ยอมคืนขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินดังกล่าว ห้ามเกี่ยวข้องและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย จำเลยให้การว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นของจำเลยมีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แบบ (น.ส.๓) เมื่อพ.ศ.๒๕๐๙ จำเลยขายฝากที่ดินแปลงนี้ไว้กับนายซิ่วขิม หรือขิมมีกำหนด ๑ปี ก่อนครบกำหนดจำเลยนำเงินจำนวนตามสัญญาขายฝากไปให้นายซิ่วขิมหรือขิม ไถ่ถอนการขายฝากแล้วที่ดินจึงตกเป็นของจำเลย จากนั้นจำเลยและนางชู่เจี่ย แซ่อึ้ง มารดาได้ร่วมกันครอบครองทำประโยชน์ จำเลยให้การอีกว่าไม่เคยทำสัญญาเช่าที่ดินจากนายซิ่วขิมหรือขิมและโจทก์ด้วย ในวันชี้สองสถานนางซู่เจี่ย แซ่อึ้ง มารดาจำเลยร้องขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจำเลยร่วม และบริวารออกไปจากที่พิพาทห้ามเกี่ยวข้อง ให้จำเลยและจำเลยร่วมใช้ค่าเสียหาย ๑๓,๐๐๐ บาทและค่าเสียหายปีละ ๑๓,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะออกจากที่พิพาทเสร็จสิ้น จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยและจำเลยร่วมฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อพ.ศ.๒๕๐๙ จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของได้นำที่พิพาทไปขายฝากไว้กับนายซิ่วขิมหรือขิม ผรณาปิติ สามีโจทก์มีกำหนด ๑ ปี แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยได้ไปไถ่ถอนการขายฝากที่พิพาทจากสามีโจทก์ก่อนครบกำหนดเวลาตามสัญญาขายฝากแล้ว จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมาโดยมิได้เช่าจากโจทก์ แม้การไถ่ถอนการขายฝากจะไม่มีการจดทะเบียนก็ตาม ก็เป็นเพียงทำให้การกลับคืนมาซึ่งทรัพย์สิทธิในที่ดินยังไม่บริบูรณ์เท่านั้นแต่ในระหว่างโจทก์และจำเลยด้วยกัน ย่อมมีผลใช้ยันกันดังที่กล่าวข้างต้นได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิอันใดที่จะฟ้องขับไล่จำเลยและจำเลยร่วม พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2156/2530 นางซุ้ยฟ้า ผรณาปิติ ฯ โจทก์ นางสาวอรวรรณ แซ่อึ้งหรือนางอรวรรณ ทนงรัตน์ จำเลย นางซู่เจี่ย แซ่อึ้ง จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางซุ้ยฟ้า ผรณาปิติ ฯ · จำเลย - นางสาวอรวรรณ แซ่อึ้งหรือนางอรวรรณ ทนงรัตน์ · จำเลยร่วม - นางซู่เจี่ย แซ่อึ้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต นราลัย · อภินย์ ปุษปาคม · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายวิชัย เหลืองวิไล · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัส มุ่งศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3421/2538ฎีกา 1219-1222/2526ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 886/2515ฎีกา 1280/2492ฎีกา 955/2535ฎีกา 472/2513ฎีกา 383/2490ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 128/2516ฎีกา 1145/2495ฎีกา 230/2501ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1081-1082/2522ฎีกา 7786/2538ฎีกา 4995-5000/2531ฎีกา 7214/2538ฎีกา 1887/2547ฎีกา 1344/2482ฎีกา 699/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา