⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 128/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 128/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้รับซื้อฝากไม่ยอมรับเงินค่าขายฝากจากผู้ขายฝากภายในกำหนดเวลา ถือว่าผู้ขายฝากได้ขอไถ่การขายฝากภายในกำหนดเวลาแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ขายฝากที่นาไว้กับจำเลย ต่อมาโจทก์ขอไถ่การขายฝากภายในกำหนดเวลา แต่จำเลยไม่ยอมโดยเกี่ยงจะให้โจทก์ชำระค่าเช่านาที่ค้างด้วย โจทก์จึงไม่ยอมวางเงินค่าขายฝาก เช่นนี้ย่อมเห็นได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายไม่ยอมรับค่าขายฝากจากโจทก์ถือได้ว่าโจทก์ได้ขอไถ่จากจำเลยภายในกำหนดเวลาขายฝากแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.492 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.499

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๗ โจทก์นำที่นาหนึ่งแปลงมาขายฝากจำเลยไว้มีกำหนด ๓ ปี โดยทำหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ในราคา๑๗,๘๐๐ บาท ซึ่งคิดรวมดอกเบี้ยล่วงหน้าไว้ตลอด ๓ ปี เป็นเงิน ๘,๘๐๐ บาท และโจทก์คงครอบครองทำนาตลอดมาโดยไม่เสียค่าเช่า ก่อนครบกำหนดเวลาขายฝากโจทก์ขอไถ่การขายฝาก จำเลยผัดผ่อนเสมอมา ในวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๑๐โจทก์ร้องต่อนายอำเภอให้นัดจำเลยมารับการไถ่ถอนจำเลยกลับจะให้โจทก์ไถ่ถอนในราคา ๒๒,๐๐๐ บาท โจทก์ไม่ยอม จึงตกลงกันไม่ได้ครั้งสุดท้ายตกลงกันว่าจะไถ่ถอน ณ ที่ว่าการอำเภอ ในวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๑๑ แต่แล้วจำเลยไม่ยอมให้ไถ่อีกจึงขอให้บังคับจำเลยรับเงิน ๑๗,๘๐๐ บาท จากโจทก์ แล้วจดทะเบียนการไถ่ถอนการขายฝากคืนมาเป็นของโจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นผู้รับซื้อฝากที่นาจากโจทก์ในราคา๑๗,๘๐๐ บาทจริง แต่มิได้คิดดอกเบี้ย ๓ ปี เงิน ๘,๘๐๐ บาทรวมเข้าด้วย โจทก์ได้ตกลงเช่านาที่ขายฝาก ๓ ปี โดยคิดค่าเช่าเป็นข้าวปีละ ๔ เกวียน สองปีแรกโจทก์ไม่มีค่าเช่าชำระครั้นปีที่สาม จำเลยจะไม่ให้โจทก์เช่า แต่โจทก์ขอเช่าทำอีก ๑ ปีตกลงยอมชำระค่าเช่าโดยทำเป็นสัญญากู้ คิดเป็นเงิน ๑๑,๐๔๐ บาท จำเลยปฏิเสธข้อที่ว่าไม่ยอมให้โจทก์ไถ่ถอนการขายฝากที่โจทก์ไปร้องต่ออำเภอก็เพื่อหาทางประวิงการไถ่คืน และสัญญาขายฝากครบกำหนดแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจไถ่คืนจำเลยแจ้งให้โจทก์ออกจากที่นาพร้อมชำระค่าเช่าที่ค้าง โจทก์ไม่ยอมปฏิบัติตามจึงขอให้โจทก์และบริวารออกจากที่นา และให้โจทก์ใช้เงิน ๑๑,๐๔๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ไม่เคยเช่านาและไม่เคยทำสัญญาค้างค่าเช่านาเป็นเงิน ๑๑,๐๔๐ บาท สัญญากู้ที่จำเลยนำมาฟ้องแย้งเป็นสัญญาปลอม โดยจำเลยอาศัยลายมือของโจทก์ที่เคยเซ็นให้จำเลยไว้เมื่อครั้งโจทก์รับเงินจากจำเลยบางส่วนก่อนทำสัญญาขายฝากโดยยังมิกรอกข้อความ โจทก์จึงไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์จำเลยขายฝากนาพิพาทกันเป็นเงิน ๑๗,๘๐๐ บาทและโจทก์เช่านาพิพาทจากจำเลยทำแล้วไม่เคยส่งค่าเช่านาเลย ในปีที่สามโจทก์ได้ทำสัญญากู้ให้แทนค่าเช่านา ๓ ปี เป็นเงิน ๑๑,๐๔๐ บาท ส่วนเรื่องการไถ่นาพิพาทฟังว่า จำเลยยอมให้โจทก์ไถ่คืนภายในกำหนดเวลาขายฝาก แต่โจทก์ไม่มีเงินไถ่โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะพ้นกำหนดเวลาไถ่แล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ให้โจทก์และบริวารออกจากนาพิพาท และให้โจทก์ชำระเงินกู้ ๑๑,๐๔๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเชื่อว่า โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาขายฝากกันเป็นเงิน ๑๗,๘๐๐ บาทดังที่จำเลยต่อสู้ในประเด็นที่ว่า โจทก์ใช้สิทธิไถ่ทรัพย์รายพิพาทภายในกำหนดเวลาขายฝากหรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนครบกำหนดเวลาไถ่การขายฝาก๑๕ วัน โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอขอให้เรียกจำเลยมาจัดการให้โจทก์ไถ่ถอนคำร้องของโจทก์ยังได้อ้างว่าเคยขอร้องจำเลยให้มาอำเภอ แต่จำเลยไม่ยอมมา ตามพฤติการณ์และเหตุผลของคดี จึงฟังได้ว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิขอไถ่ที่พิพาทจากจำเลยภายในกำหนดเวลาตามสัญญาขายฝากแล้วหากแต่จำเลยบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้ไถ่ในปัญหาที่ว่า ในวันที่โจทก์จำเลยพบกันที่อำเภอนั้น โจทก์มีเงินค่าไถ่ชำระให้จำเลยหรือไม่เห็นว่า การที่โจทก์ติดต่อขอไถ่จากจำเลย จำเลยไม่ยอม จนโจทก์ต้องยื่นคำร้องต่ออำเภอ เช่นนี้ จะว่าโจทก์ไม่มีเงินไถ่ดูผิดปกติวิสัย ศาลฎีกาเชื่อว่าโจทก์มีเงินค่าไถ่๑๗,๘๐๐ บาท พร้อมที่จะชำระจำเลยตามสัญญาขายฝากในวันเปรียบเทียบที่อำเภอแล้วที่โจทก์ไม่ยอมวางเงินในวันเปรียบเทียบ ก็เพราะจำเลยเกี่ยงจะให้โจทก์ชำระค่าเช่านาที่ค้างด้วยเป็นที่เห็นได้ว่า จำเลยเป็นฝ่ายไม่ยอมรับค่าขายฝากจากโจทก์ถือว่าโจทก์ผู้ขายฝากพร้อมที่จะไถ่ได้ภายในกำหนดแล้ว แต่เป็นเพราะจำเลยผู้ซื้อฝากบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับเงินต่างหาก พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยรับเงินค่าไถ่การขายฝาก๑๗,๘๐๐ บาทจากโจทก์ แล้วจดทะเบียนไถ่การขายฝากคืนให้โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 128/2516 นายพรม ศรีไพร โจทก์ นางสาวฮุ้น แซ่เอี้ยว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพรม ศรีไพร · จำเลย - นางสาวฮุ้น แซ่เอี้ยว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ อิศระ · อุทัย ศุภนิตย์ · ศวิต สมหวัง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครวรรค์ - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล · ศาลอุทธรณ์ - นายแผ้ว ศิวะบวร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 273/2501ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 273-274/2501ฎีกา 5317/2538ฎีกา 3421/2538ฎีกา 381/2511ฎีกา 810/2546ฎีกา 464/2497ฎีกา 129/2501ฎีกา 1280/2492ฎีกา 886/2515ฎีกา 1532/2509ฎีกา 295/2508ฎีกา 531/2491ฎีกา 1257/2498ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2465/2515ฎีกา 4832/2536ฎีกา 2987/2517ฎีกา 1094/2495ฎีกา 1689/2493ฎีกา 1008/2510ฎีกา 8298/2557ฎีกา 1529/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา