⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2187/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2187/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทนายความกระทำการนอกเหนืออำนาจหรือขัดต่อเจตนาที่แท้จริงของลูกความในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ไม่ถือเป็นการฉ้อฉลของฝ่ายจำเลย เว้นแต่ฝ่ายจำเลยจะมีส่วนรู้เห็นหรือร่วมกระทำการฉ้อฉลนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฎีกาว่า วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม โจทก์ไม่ได้มาศาล ทนายโจทก์กับจำเลยคบคิดกันฉ้อฉลทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ยกที่ดินพร้อมบ้านซึ่งเป็นสินส่วนตัวของโจทก์ให้แก่ จ. อันเป็นการขัดกับเจตนาแท้จริงของโจทก์ ฎีกาของโจทก์ดังกล่าวไม่ปรากฏว่าฝ่ายจำเลยได้ฉ้อฉลโจทก์อย่างไร ส่วนข้อกล่าวอ้างของโจทก์ที่ว่า ทนายโจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยไม่ตรงตามเจตนาอันแท้จริงของโจทก์นั้น แม้จะฟังว่าเป็นความจริงก็เป็นความผิดของทนายโจทก์เอง หาใช่เป็นการฉ้อฉลของฝ่ายจำเลยไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากัน มีบุตรด้วยกัน ๑ คน จำเลยประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หาเรื่องทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายโจทก์ ต่อมาจำเลยจงใจละทิ้งร้างโจทก์ ไม่ส่งเสียเลี้ยงดูโจทก์และบุตร จำเลยฟ้องนายยงยุทธกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนหย่ากับโจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าทดแทนจำนวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่ามิได้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง มิได้จงใจทิ้งร้างโจทก์ การที่จำเลยมิได้อยู่ร่วมกับโจทก์เพราะโจทก์มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับนายยงยุทธ จำเลยอุปการะเลี้ยงดูบุตรตลอดมา โจทก์มีรายได้พอเลี้ยงตนเองไม่เดือดร้อน จำเลยมิได้กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นคู่ความตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์ยินยอมโอนโฉนดที่ดินเนื้อที่๑๕๔ ตารางวาพร้อมบ้าน ให้แก่บุตรของโจทก์จำเลย และจำเลยยินยอมไปจดทะเบียนหย่าภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่โจทก์จดทะเบียนโอนที่ดินให้บุตร ศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์อุทธรณ์ว่า สัญญาประนีประนอมยอมความขัดกับเจตนาอันแท้จริงของโจทก์และมีการคบคิดกันฉ้อฉลโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม โจทก์ไม่ได้มาศาล ทนายโจทก์กับจำเลยคบคิดกันฉ้อฉล ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ยกที่ดินพร้อมบ้านซึ่ง เป็นสินส่วนตัวของโจทก์ให้แก่เด็กชายจตุพร อันเป็นการขัดกับเจตนาแท้จริงของโจทก์นั้น เห็นว่าตามฎีกาของโจทก์ ไม่ปรากฏว่าฝ่ายจำเลยได้ฉ้อฉลโจทก์อย่างไรข้อกล่าวอ้างของโจทก์ที่ว่า ทนายโจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยไม่ตรงตามเจตนาอันแท้จริงของโจทก์นั้น แม้จะฟังว่าเป็นความจริงก็เป็นความผิดของทนายโจทก์เอง หาใช่เป็นการฉ้อฉลของฝ่ายจำเลยไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2187/2530 นางปานใจ ศรีสุตา โจทก์ นายประกอบ ศรีสุตา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางปานใจ ศรีสุตา · จำเลย - นายประกอบ ศรีสุตา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายทวีชัย เจริญบัณฑิต · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1287/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 3191/2547ฎีกา 946/2509ฎีกา 766/2543ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1333/2530ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1591/2495ฎีกา 712/2496ฎีกา 5393/2540ฎีกา 742/2490ฎีกา 8309/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1451/2521ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 1275/2482ฎีกา 3053/2527ฎีกา 506/2530ฎีกา 7339/2540ฎีกา 57/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา