⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2286/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2286/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำฟ้องที่ระบุถึงการกระทำผิดโดยทุจริต การเรียกเก็บเงินเกินกว่าค่ารักษาพยาบาล และมีรายละเอียดใบเสร็จรับเงินที่ออกโดยจำเลย ถือว่าเพียงพอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ไม่เป็นคำฟ้องที่เคลือบคลุม.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับราชการเป็นพนักงานของโรงพยาบาลมีหน้าที่รับเงินและออกใบเสร็จให้แก่ผู้มารักษา จำเลยใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต เรียกเก็บเงินจากผู้ป่วย 500 บาท ทั้งที่ค่ารักษาพยาบาลที่แท้จริงมีเพียง 250 บาท โดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยได้รับเงินจำนวน 500 บาท จากผู้มีชื่อซึ่งเป็นค่ายาของผู้ป่วย แม้คำฟ้องจะไม่ได้ระบุว่าผู้มีชื่อ หรือผู้ป่วยนั้นเป็นใครมีชื่อว่าอย่างไร มีกี่คน แต่ก็ได้ระบุเล่มและเลขที่ของใบเสร็จรับเงินที่จำเลยออกให้แก่ผู้ป่วยไว้ชัดแจ้ง จำเลยย่อมจะทราบดีว่าจำเลยได้รับเงินจากผู้ป่วยหรือผู้ชำระเงินรายใด เพราะจำเลยเป็นผู้ออกใบเสร็จรับเงินดังกล่าวเอง และในใบเสร็จรับเงินที่จำเลยออกก็มีรายการว่าได้รับเงินจากใครไว้ด้วย คำร้องของโจทก์ได้บรรยายถึงบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว เป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์ไม่เคลือบคลุม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑,๑๕๗, ๑๖๒ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ จำคุกจำเลย ๓ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้รับเงินจำนวน ๕๐๐ บาทจากผู้มีชื่อซึ่งเป็นค่ายาของผู้ป่วย แต่ไม่ได้ระบุว่าผู้มีชื่อหรือผู้ป่วยนั้นเป็นใคร มีชื่อว่าอย่างไร มีกี่คน จึงเป็นการบรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่เพียงพอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ คำฟ้องนี้จึงไม่สมบูรณ์เป็นฟ้องเคลือบคลุมนั้น เห็นว่าคำฟ้องของโจทก์ได้ระบุใบเสร็จรับเงินที่จำเลยออกให้แก่ผู้ป่วยไว้ชัดแจ้งว่าเป็นใบเสร็จรับเงินเล่มที่ ๘๑๐๘๑ เลขที่ ๐๗ ในราชการโรงพยาบาลบรบือ แม้โจทก์จะไม่ได้บอกชื่อผู้ป่วย หรือ ผู้ชำระเงินตามใบเสร็จนั้นว่าเป็นใคร จำเลยก็ย่อมจะทราบดีว่าจำเลยได้รับเงินจากผู้ป่วยหรือผู้ชำระเงินรายใดเพราะจำเลยเป็นผู้ออกใบเสร็จรับเงินดังกล่าวเอง และในใบเสร็จรับเงินที่จำเลยออกตามเอกสารหมาย จ.๖ จ.๗ ก็มีรายการว่าได้รับเงินจากใครไว้ด้วย คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายถึงบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว จึงเป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์ไม่เคลือบคลุม ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2286/2530 พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นางบัวไพร ใจเพชร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม · จำเลย - นางบัวไพร ใจเพชร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายชวลิต ตุลยสิงห์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 605/2511ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 7281/2537ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา