⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 241/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อกฎหมายกำหนดวิธีการลงโทษผู้ผิดนัดชำระภาษีไว้เป็นการเฉพาะแล้ว จะนำบทบัญญัติเรื่องดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับซ้ำอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ป. รัษฎากร มาตรา 89 ทวิ ได้บัญญัติให้เรียกเงินเพิ่มภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนของจำนวนภาษีการค้าที่ต้องชำระเพิ่ม แต่ทั้งนี้ไม่เกินจำนวนภาษีการค้าที่ต้องชำระ เป็นทางแก้ สำหรับกรณีลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ภาษีที่ค้างชำระไว้โดยเฉพาะแล้ว จะนำ ป.พ.พ. มาตรา 224 ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาเรียกร้องเอากับลูกหนี้ซ้ำอีกหาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระอากรขาเข้า ภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล เงินเพิ่มและดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าอากรขาเข้าภาษีการค้าภาษีบำรุงเทศบาลและเงินเพิ่มรวม 450,085.28 บาทแก่โจทก์ ให้จำเลยชำระเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนของเงินอากรที่ค้างชำระตามใบขนทั้ง 6 ฉบับ เป็นเงินเดือนละ425.85 บาท, 394.48 บาท, 30.31 บาท, 59.07 บาท, 59.07 บาทและ 59.01 บาท ตามลำดับ นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยชำระเท่าที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89 ตรี ได้บัญญัติไว้ว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มให้ถือเป็นเงินภาษี เมื่อจำเลยยังไม่ชำระเงินดังกล่าว จำเลยย่อมตกเป็นผู้ผิดนัด โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากหนี้เงินในระหว่างเวลาผิดนัดได้ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเนื่องจากเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม เป็นเงินนอกเหนือจากเงินภาษีตามที่ประมวลรัษฎากรบัยญัติไว้ให้เรียกเก็บ และทางรัฐบาลมีความมุ่งหมายที่จะให้มีผลบังคับเอาเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจากผู้มิได้ชำระเป็นพิเศษกว่าหนี้ธรรมดาเช่นเดียวกับเงินภาษี จึงได้บัญญัติไว้ดังกล่าวแต่อย่างไรก็ดี เมื่อประมวลรัษฎากร มาตรา 89 ทวิ ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นให้เรียกภาษีเงินเพิ่ม ภาษีการค้าในอัตราร้อยละ1 ต่อเดือนของจำนวนภาษีการค้าที่ต้องชำระเพิ่ม แต่ทั้งนี้ไม่เกินจำนวนภาษีการค้าที่ต้องชำระ เช่นนี้แล้วก็แสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่ากฎหมายได้บัญญัติทางแก้สำหรับกรณีลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ภาษีที่ค้างชำระไว้โดยเฉพาะแล้ว จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 224 ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาเรียกร้องเอากับลูกหนี้ซ้ำอีกหาได้ไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะได้รับดอกเบี้ยดังที่อุทธรณ์มาที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาไม่คิดดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2530 กรมศุลกากร กับพวก โจทก์ นาย บุญ ส่ง เดช บุญ มี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมศุลกากร กับพวก · จำเลย - นาย บุญ ส่ง เดช บุญ มี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เสวก จันทร์ผ่อง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 1781/2509ฎีกา 8396/2538ฎีกา 4623/2540ฎีกา 4225/2529ฎีกา 2843/2546ฎีกา 2384/2536ฎีกา 4873/2528ฎีกา 6695/2548ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 3295/2533ฎีกา 6164/2533ฎีกา 5887/2537ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4563/2557ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2794/2526ฎีกา 1776/2541ฎีกา 7633/2550ฎีกา 75/2481ฎีกา 10881/2546ฎีกา 2431/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ