⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2603/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2603/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ถือเอาคำพิพากษานั้นเป็นผลผูกพัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา อีกฝ่ายหนึ่งย่อมมีสิทธิบังคับตามคำพิพากษานั้นได้โดยไม่ต้องขอออกหมายบังคับคดี

ย่อคำพิพากษา

คำพิพากษาตามยอมระหว่างโจทก์จำเลยความว่า จำเลยจะไปโอนที่ดินใส่ชื่อ โจทก์ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาภายใน 7 วันนับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ถ้า จำเลยไม่ไปโอนที่ดินให้โจทก์ ก็ให้ถือคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ดังนั้นเมื่อครบกำหนด 7 วันและจำเลยไม่ไปโอนที่ดินให้โจทก์ โจทก์ก็อาจจะดำเนินการไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ มิใช่กรณีที่จะต้องมาขอออกหมายบังคับคดีเพื่อไปยึดที่ดินอีก.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.276 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสาวหุ่น อินทรกำแหง คู่ความตกลงกันได้ ศาลชั้นต้นจึงได้พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยให้จำเลยมอบโฉนดที่ดิน เลขที่ 400และที่ดินโฉนดเลขที่ 7788 แก่โจทก์ และให้ไปทำการโอนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ภายใน 7 วันนับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ถ้าจำเลยไม่ไปทำการโอนที่ดินให้โจทก์ ก็ให้ถือคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ต่อมานางจำปี กลีบยี่สุ่น ในฐานะผู้จัดการมรดกโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินดังกล่าวเพื่อนำไปจดทะเบียนแก่โจทก์ตามคำพิพากษาต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง นางจำปี กลีบยี่สุ่น ในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกโจทก์ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นางจำปี กลีบยี่สุ่น ในฐานะผู้จัดการมรดกโจทก์ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่นางจำปี กลีบยี่สุ่น ในฐานะผู้จัดการมรดกพระประสิทธิสุขสำราญ โจทก์ ขอให้ออกหมายบังคับคดีไปยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 400 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา กับที่ดินโฉนดเลขที่ 7788 ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา จัวหวัดนตรราชสีมา เพื่อจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น เห็ฯว่า คำพิพากษาตามยอมระหว่างโจทก์จำเลยความว่าจำเลยจะไปโอนที่ดินใส่ชื่อโจทก์ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาภายใน 7 วันนับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความถ้าจำเลยไม่ไปโอนที่ดินให้โจทก์ ก็ให้ถือคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ดังนั้นเมื่อครบกำหนด 7 วันและจำเลยไม่ไปโอนที่ดินให้โจทก์ โจทก์ก็อาจจะดำเนินการไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ มิใช่กรณีที่จะต้องมาขอออกหมายบังคับคดีเพื่อไปยึดที่ดินอีก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ยกคำร้องของโจทก์จึงชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2603/2530 พระ ประ สิทธิ สุข สำราญ โจทก์ นาง จำ ปี กลีบ ยี่สุ่น ผู้จัดการมรดก นางสาว หุ่น อินทรกำแหง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พระ ประ สิทธิ สุข สำราญ · จำเลย - นาง จำ ปี กลีบ ยี่สุ่น ผู้จัดการมรดก นางสาว หุ่น อินทรกำแหง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1345/2532ฎีกา 1506/2542ฎีกา 171/2513ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 1368/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1388/2500ฎีกา 2843/2546ฎีกา 1649/2498ฎีกา 3781/2545ฎีกา 684/2488ฎีกา 1763/2551ฎีกา 6549/2542ฎีกา 1427/2514ฎีกา 403/2530ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 612-615/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ