คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2603/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ถือเอาคำพิพากษานั้นเป็นผลผูกพัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา อีกฝ่ายหนึ่งย่อมมีสิทธิบังคับตามคำพิพากษานั้นได้โดยไม่ต้องขอออกหมายบังคับคดี
ย่อคำพิพากษา
คำพิพากษาตามยอมระหว่างโจทก์จำเลยความว่า จำเลยจะไปโอนที่ดินใส่ชื่อ โจทก์ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาภายใน 7 วันนับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ถ้า จำเลยไม่ไปโอนที่ดินให้โจทก์ ก็ให้ถือคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ดังนั้นเมื่อครบกำหนด 7 วันและจำเลยไม่ไปโอนที่ดินให้โจทก์ โจทก์ก็อาจจะดำเนินการไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ มิใช่กรณีที่จะต้องมาขอออกหมายบังคับคดีเพื่อไปยึดที่ดินอีก.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสาวหุ่น อินทรกำแหง คู่ความตกลงกันได้ ศาลชั้นต้นจึงได้พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยให้จำเลยมอบโฉนดที่ดิน เลขที่ 400และที่ดินโฉนดเลขที่ 7788 แก่โจทก์ และให้ไปทำการโอนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ภายใน 7 วันนับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ถ้าจำเลยไม่ไปทำการโอนที่ดินให้โจทก์ ก็ให้ถือคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย
ต่อมานางจำปี กลีบยี่สุ่น ในฐานะผู้จัดการมรดกโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินดังกล่าวเพื่อนำไปจดทะเบียนแก่โจทก์ตามคำพิพากษาต่อไป
ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง
นางจำปี กลีบยี่สุ่น ในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกโจทก์ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
นางจำปี กลีบยี่สุ่น ในฐานะผู้จัดการมรดกโจทก์ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่นางจำปี กลีบยี่สุ่น ในฐานะผู้จัดการมรดกพระประสิทธิสุขสำราญ โจทก์ ขอให้ออกหมายบังคับคดีไปยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 400 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา กับที่ดินโฉนดเลขที่ 7788 ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา จัวหวัดนตรราชสีมา เพื่อจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น เห็ฯว่า คำพิพากษาตามยอมระหว่างโจทก์จำเลยความว่าจำเลยจะไปโอนที่ดินใส่ชื่อโจทก์ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาภายใน 7 วันนับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความถ้าจำเลยไม่ไปโอนที่ดินให้โจทก์ ก็ให้ถือคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ดังนั้นเมื่อครบกำหนด 7 วันและจำเลยไม่ไปโอนที่ดินให้โจทก์ โจทก์ก็อาจจะดำเนินการไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ มิใช่กรณีที่จะต้องมาขอออกหมายบังคับคดีเพื่อไปยึดที่ดินอีก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ยกคำร้องของโจทก์จึงชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2603/2530
พระ ประ สิทธิ สุข สำราญ โจทก์
นาง จำ ปี กลีบ ยี่สุ่น ผู้จัดการมรดก นางสาว หุ่น อินทรกำแหง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พระ ประ สิทธิ สุข สำราญ · จำเลย - นาง จำ ปี กลีบ ยี่สุ่น ผู้จัดการมรดก นางสาว หุ่น อินทรกำแหง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ