⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 265/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ก่อนที่บุคคลอื่นจะซื้อที่ดินนั้น บุคคลที่ซื้อที่ดินมาทีหลังไม่อาจยกข้ออ้างว่าตนซื้อโดยสุจริตมาต่อสู้กับผู้ที่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซื้อที่ดินมีโฉนดโดยเข้าใจว่าที่ดินที่จำเลยครอบครองเป็นของจำเลยและอยู่นอกเขตโฉนดของตน ต่อมารังวัดปรากฏว่าที่ที่จำเลยครอบครองเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินในโฉนดของโจทก์ และจำเลยได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ไปก่อนแล้ว ดังนี้ โจทก์จะอ้างว่าซื้อที่ดินมาโดยสุจริตหาได้ไม่ จำเลยย่อมยกข้อไม่สุจริตขึ้นต่อสู้โจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนดเลขที่ ๖๓๔๓ จำนวน ๑ แปลง ซึ่งโจทก์ซื้อมาจากผู้มีชื่อโดยได้จดทะเบียนการซื้อขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยสุจริต ต่อมาโจทก์ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัด จำเลยคัดค้านว่าที่ดินบางส่วนในโฉนดดังกล่าวเนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่เศษเป็นของจำเลยโดยการครอบครองมานานแล้ว แม้จำเลยจะได้ครอบครองมานานแล้ว แต่สิทธิของจำเลยยังไม่ได้จดทะเบียนจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้ ขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารและชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย จำเลยได้ครอบครองทำนาโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกินกว่า ๒๐ ปีแล้วโจทก์ซื้อที่ดินโดยรู้ว่าจำเลยครอบครองมานาน ๒๐ ปี แล้วจึงไม่สุจริต ที่พิพาทหากให้เช่าจะได้ค่าเช่าปีละ ๑๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทโดยไม่สุจริต พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทมาโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลานานเกินกว่า ๑๐ ปี จนที่พิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ขณะโจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๓๔๓ โจทก์ทราบอยู่แล้วว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองที่พิพาทนี้อยู่โดยเข้าใจว่าเป็นของจำเลยเพียงแต่สำคัญผิดว่าเป็นที่ดินอยู่นอกโฉนดดังกล่าว แล้ววินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ทราบอยู่แล้วว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย โจทก์จะอ้างว่าจดทะเบียนโดยสุจริตหาได้ไม่ที่พิพาทเป็นที่ดินส่วนหนึ่งซึ่งอยู่ในโฉนดที่โจทก์ซื้อมา เมื่อโจทก์จดทะเบียนรับโอนโดยไม่สุจริต จำเลยย่อมยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรคสอง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2530 นายวิรัตน์ เกษมสุข โจทก์ นายแกละ ฤทธิ์เดช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิรัตน์ เกษมสุข · จำเลย - นายแกละ ฤทธิ์เดช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสวก จันทร์ผ่อง · สหัส สิงหวิริยะ · สุทิน นนทแก้ว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายไพบูลย์ ถิรรุ่งเรือง · ศาลอุทธรณ์ - นายสุภาส เลิศฤทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 7786/2538ฎีกา 7214/2538ฎีกา 4185/2547ฎีกา 824-825/2511ฎีกา 1658/2534ฎีกา 663/2488
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา