คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2865/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นภายหลังศาลได้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยบางรายออกไปแล้ว ย่อมไม่ผูกพันจำเลยที่ถูกจำหน่ายคดีนั้น และศาลจะออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยดังกล่าวหาได้ไม่.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอนุญาตและสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 แล้ว ต่อมาโจทก์กับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน สัญญาดังกล่าวถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้กระทำในฐานะคู่ความแห่งคดี คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจึงไม่ผูกพันจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคสองศาลจะออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 หาได้ไม่
ปัญหาว่าคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความมีผลผูกพันจำเลยที่ 2 หรือไม่ เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้จำเลยที่ 2 จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแต่ศาลชั้นต้น ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ชำระหนี้ฐานผิดสัญญาหุ้นส่วน โจทก์ขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นอนุญาต
โจทก์กับจำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ขอให้บังคับคดียึดทรัพย์จำเลยที่ ๒ ชำระหนี้โจทก์ ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี
จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องว่าได้ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว โจทก์จะยื่นคำร้องขอให้บังคับคดีแก่จำเลยที่ ๒ หาได้ไม่
ศาลชั้นต้นสอบข้อเท็จจริงจากโจทก์และจำเลยที่ ๒ แล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้ออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยที่ ๒
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ ๒ ตามคำขอของโจทก์ต่อไป
จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ก่อนโจทก์กับจำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โจทก์ได้ขอถอนฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ แล้ว จำเลยที่ ๒ จึงมิได้เป็นคู่ความในคดีนี้อีกต่อไปสัญญาประนีประนอมยอมความที่จำเลยที่ ๒ กระทำกับโจทก์ถือไม่ได้ว่าได้กระทำในฐานะคู่ความแห่งคดี คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจึงไม่ผูกพันจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๕ วรรคสองศาลจะออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยที่ ๒ หาได้ไม่ ปัญหานี้แม้จำเลยที่ ๒ จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาตั้งแต่ศาลชั้นต้น แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้
พิพากษากลับ ให้เพิกถอนหมายบังคับคดีของศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2865/2530
นายสมบัติ หรือโกมิ่น แซ่พู่ โจทก์
นายไพรัช ตวงหิรัญวิมล กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมบัติ หรือโกมิ่น แซ่พู่ · จำเลย - นายไพรัช ตวงหิรัญวิมล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลจิตต์ ดียืน · ยนต์ พิรวินิจ · เสงี่ยม ทวีชัยการ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชุมพร - นายจุมพล ณ สงขลา · ศาลอุทธรณ์ - นายมนู วงศ์แสงจันทร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา