⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2922/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2922/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้จำนองไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาตามคำบอกกล่าวบังคับจำนอง ถือว่าผู้จำนองละเลยไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว ผู้รับจำนองจึงมีอำนาจฟ้องบังคับจำนองได้

ย่อคำพิพากษา

ก่อนฟ้องบังคับจำนอง โจทก์ผู้รับจำนองมีหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองไปถึงจำเลยผู้จำนองแล้ว เมื่อจำเลยได้รับหนังสือทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองได้ขอให้โจทก์ส่งหลักฐานการเป็นหนี้ไปให้จำเลย โจทก์จะส่งหลักฐานดังกล่าวให้จำเลยหรือไม่ย่อมเป็นสิทธิของโจทก์ การที่จำเลยไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาตามคำบอกกล่าวจึงถือได้ว่าจำเลยละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 728 แล้วโจทก์มีอำนาจฟ้องบังคับจำนองได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.728

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์รวม ๓ ครั้ง โดยจำนองที่ดินเป็นประกัน จำเลยทั้งสองผิดนัด โจทก์ทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญาหากไม่ชำระขอบังคับจำนอง จำเลยทั้งสองให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยทั้งสองทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์เพียง ๒ ครั้ง และชำระหนี้ครบแล้ว จำเลยทั้งสองไม่ได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีครั้งสุดท้าย ลายมือชื่อของจำเลยที่ ๑ ในสัญญาดังกล่าวเป็นลายมือชื่อปลอม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๓๒๔,๗๙๗.๓๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๒ ต่อปี ของต้นเงิน๓๐๔,๓๓๕.๙๙ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้บังคับทรัพย์จำนอง โจทก์และจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๔๕๗,๗๖๓.๐๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๒ ต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๓ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามฎีกาข้อแรกของจำเลยทั้งสองว่าเมื่อได้รับคำบอกกล่าวแล้วจำเลยทั้งสองละเลยไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าวหรือไม่ ได้ความจากจำเลยทั้งสองว่าเมื่อได้รับหนังสือบอกกล่าวของโจทก์จำเลยที่ ๒ มีหนังสือขอให้โจทก์ส่งหลักฐานไปให้ดู แต่โจทก์ไม่ยอมส่งหลักฐานและไม่ตอบหนังสือของจำเลยที่ ๒ และได้ความจากคำของนายธนชาติ เอื้อวุฒิเกริก พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการธนาคารโจทก์สาขาปราจีนบุรีว่าโจทก์ได้รับหนังสือของจำเลยที่ ๒แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ส่งหลักฐานหรือตอบจดหมายของจำเลยที่ ๒ อย่างไรก็ตามได้ความจากพยานหลักฐานโจทก์ว่าธนาคารโจทก์ได้ส่งคู่ฉบับบัญชีเงินฝากกระแสรายวันซึ่งแสดงรายการยอดเงินที่จำเลยเป็นหนี้ ให้จำเลยตรวจสอบรายการต่าง ๆ ว่าถูกต้องตามความจริงหรือไม่ จำเลยที่ ๒ รับว่าได้รับบัญชีแจ้งยอดเงินดังกล่าวของโจทก์จริง และไม่เคยทักท้วงว่าบัญชีกระแสรายวันไม่ถูกต้องอย่างไร ฟังได้ว่าโจทก์ได้ส่งหลักฐานรายละเอียดยอดหนี้ให้จำเลยทราบตลอดมา การที่จำเลยจะขอให้โจทก์ส่งหลักฐานดังกล่าวซ้ำอีกย่อมเป็นสิทธิของโจทก์ที่จะส่งให้หรือไม่ เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาตามคำบอกกล่าวถือว่าจำเลยทั้งสองละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าวแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องบังคับจำนองได้ และวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองยังไม่ได้ชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี ๒ ฉบับแรก พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2922/2530 ธนาคารทหารไทย จำกัด ฯ โจทก์ นายชนะ ขาวสอาด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารทหารไทย จำกัด ฯ · จำเลย - นายชนะ ขาวสอาด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายโสภณ จันเทรมะ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1055/2522ฎีกา 5640/2540ฎีกา 1632/2535ฎีกา 1889/2526ฎีกา 2794/2526ฎีกา 7151/2544ฎีกา 977/2535ฎีกา 1065/2513ฎีกา 3641/2533ฎีกา 5601/2539ฎีกา 3802/2551ฎีกา 181/2568ฎีกา 1133/2520ฎีกา 996/2532ฎีกา 8843/2544ฎีกา 21819/2556ฎีกา 8706/2554ฎีกา 2551/2524ฎีกา 1975/2551ฎีกา 795/2524ฎีกา 2080/2543ฎีกา 365/2523ฎีกา 2702/2544ฎีกา 2933/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา