⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 575/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 575/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเจ้าหนี้บังคับจำนองแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ เจ้าหนี้จะฟ้องเรียกเอาส่วนที่ขาดจากลูกหนี้ไม่ได้ เว้นแต่จะมีข้อตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

ย่อคำพิพากษา

คดีแพ่งเรื่องอื่นที่ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีที่ผู้ร้องฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้กู้ยืมเงินอันเป็นหนี้ประธานก่อนและเสียค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละสองบาทสิบห้าสตางค์ แต่ผู้ร้องมีคำขอมาท้ายฟ้องด้วยว่าหากจำเลยไม่ชำระเงินให้ผู้ร้องบังคับจำนองแก่ที่ดินของจำเลย โดยการขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้ร้องแสดงว่าผู้ร้องประสงค์จะบังคับคดีเอาจากที่ดินอันเป็นทรัพย์จำนองดังกล่าวจึงเป็นการฟ้องบังคับจำนองด้วย ดังนั้น เมื่อศาลพิพากษาให้ผู้ร้องชนะคดีตามคำขอท้ายฟ้อง และผู้ร้องนำยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดใช้หนี้ อันเป็นการบังคับจำนองแล้วได้เงินจำนวนสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระ กรณีจึงอยู่ในบังคับของ ป.พ.พ. มาตรา 733 ซึ่งบัญญัติให้ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในเงินที่ขาดจำนวน เมื่อสัญญาจำนองไม่มีข้อตกลงให้จำเลยต้องรับผิดในเงินที่ขาดจำนวน เมื่อสัญญาจำนองไม่มีข้อตกลงให้จำเลยต้องรับผิดในเงินที่ยังขาดจำนวน จึงไม่มีหนี้อันเป็นมูลให้ผู้ร้องมีสิทธิขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.728 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.733

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 95,800 บาท ตามคำขอของโจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดโฉนดเลขที่ 14641, 22716, 10640, 28666, 29251, 18423, 22724, 28882, 29252 และ 31447 ตำบลบ้านใหม่ (ศีศะเชือก) อำเภอบางใหญ่ (บางบัวทอง) จังหวัดนนทบุรี ของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1646/2540 ของศาลจังหวัดนนทบุรี ผู้ร้องยึดทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้ร้องตามคำพิพากษาในคดีดังกล่าวแล้ว แต่ไม่พอชำระหนี้ จำเลยยังคงเป็นหนี้ผู้ร้องจำนวน 2,455,557.38 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นอกจากทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดในคดีนี้ จำเลยมีทรัพย์สินอื่นไม่เพียงพอให้ผู้ร้องเอาชำระหนี้ได้ ขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินหรือเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลย โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาโดยเป็นเจ้าหนี้จำนอง เมื่อผู้ร้องยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดได้เงินไม่พอชำระหนี้ จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อผู้ร้องในเงินที่ยังขาดจำนวนอยู่อีกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 733 เนื่องจากสัญญาจำนองระหว่างผู้ร้องกับจำเลยไม่มีข้อตกลงให้จำเลยต้องรับผิด ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ตามคำร้องได้อย่างเจ้าหนี้สามัญ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1646/2540 ของศาลจังหวัดนนทบุรี ซึ่งพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 4,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่ผู้ร้อง หากไม่ชำระให้บังคับเอาจากที่ดินของจำเลยอันเป็นทรัพย์จำนองรวม 21 แปลง ผู้ร้องนำยึดทรัพย์จำนองดังกล่าวออกขายทอดตลาดใช้หนี้แก่ผู้ร้องแล้วแต่ได้เงินจำนวนสุทธิไม่พอชำระหนี้ตามพิพากษา ผู้ร้องจึงมายื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ที่โจทก์นำยึดในคดีนี้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิเข้าเฉลี่ยทรัพย์ตามคำร้องหรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า จำเลยทำสัญญาจำนองที่ดินไว้แก่ผู้ร้องเพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงิน โดยให้ถือหนังสือสัญญาจำนองเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินด้วย การฟ้องคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1646/2540 ของศาลจังหวัดนนทบุรี ผู้ร้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้กู้ยืมเงินก่อน โดยผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลในอัตราสองบาทห้าสิบสตางค์ต่อทุกหนึ่งร้อยบาทของทุนทรัพย์อย่างคดีฟ้องเรียกหนี้สามัญ มิใช่อัตราหนึ่งบาทต่อทุกหนึ่งร้อยบาทอย่างคดีฟ้องขอให้บังคับคดีจำนอง หนี้กู้ยืมเงินที่ฟ้องเป็นหนี้ประธานส่วนจำนองเป็นเพียงหนี้อุปกรณ์ ผู้ร้องมิได้ประสงค์จะฟ้องบังคับจำนองดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัย จำเลยจึงต้องรับผิดต่อผู้ร้องในเงินที่ยังขาดจำนวนอยู่อีกนั้น เห็นว่า แม้ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1646/2540 ของศาลจังหวัดนนทบุรี ผู้ร้องฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้กู้ยืมเงินอันเป็นหนี้ประธานก่อนและเสียค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละสองบาทห้าสิบสตางค์ก็ตาม แต่ผู้ร้องมีคำขอมาในคำขอท้ายฟ้องด้วยว่า หากจำเลยไม่ชำระเงิน ให้ผู้ร้องบังคับจำนองแก่ที่ดินของจำเลยรวม 21 แปลง โดยการขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่ผู้ร้อง แสดงว่าผู้ร้องประสงค์จะบังคับคดีเอาจากที่ดินอันเป็นทรัพย์จำนองดังกล่าว จึงเป็นการฟ้องบังคับจำนอง ดังนั้น เมื่อศาลจังหวัดนนทบุรีพิพากษาให้ผู้ร้องชนะคดีตามคำขอท้ายฟ้องของผู้ร้อง และผู้ร้องนำยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดใช้หนี้อันเป็นการบังคับจำนองแล้วได้เงินจำนวนสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกันอยู่ กรณีจึงอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 733 ซึ่งบัญญัติให้ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในเงินที่ขาดจำนวนนั้น เมื่อสัญญาจำนองระหว่างผู้ร้องกับจำเลยไม่มีข้อตกลงให้จำเลยต้องรับผิดในเงินที่ยังขาดจำนวน จึงไม่มีหนี้อันเป็นมูลให้ผู้ร้องมีสิทธิขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ผู้ร้องยกขึ้นอ้างมาในฎีกา ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 167 วรรคหนึ่ง และศาลอุทธรณ์ภาค 1 มิได้แก้ไข ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 575/2549 นางดุษฎี มงคลประเสริฐ โจทก์ นายสพสันต์ พัฒนชัย ผู้ร้อง นายไพฑูรย์ วัฒกร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางดุษฎี มงคลประเสริฐ · ผู้ร้อง - นายสพสันต์ พัฒนชัย · จำเลย - นายไพฑูรย์ วัฒกร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เนตรมัย · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · สุรศักดิ์ สุวรรณประกร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 962/2493ฎีกา 1051/2493ฎีกา 2826/2536ฎีกา 2883/2528ฎีกา 670/2549ฎีกา 677/2503ฎีกา 4703/2550ฎีกา 8870/2550ฎีกา 3181/2528ฎีกา 1145/2494ฎีกา 462/2550ฎีกา 609/2526ฎีกา 1252/2501ฎีกา 1055/2522ฎีกา 271/2549ฎีกา 3808/2526ฎีกา 1990/2519ฎีกา 1623/2537ฎีกา 7007/2541ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5640/2540ฎีกา 1632/2535ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 6300/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา