⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2980/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2980/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น ผู้กระทำไม่จำเป็นต้องเลือกแทงที่สำคัญ เพียงแต่แทงเท่าที่โอกาสอำนวย และการกระทำนั้นต้องพอสมควรแก่เหตุ.

ย่อคำพิพากษา

ก. กับพวกเป็นฝ่ายก่อเรื่องไล่ทำร้ายจำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 ที่ 2 มิได้สมัครใจวิวาทด้วย จำเลยที่ 2 ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากจำเลยที่ 1 ในขณะที่ ก. ขึ้นคร่อมจำเลยที่ 1 จะใช้มีดคัตเตอร์แทงจำเลยที่ 1 และมีเพื่อนก. ร้องบอกเอาให้ตาย จำเลยที่ 2 จึงใช้มีดแทงที่หลัง ก.เพียง 1 ที แล้วชักมีดวิ่งหนีไป แสดงว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้เลือกแทงที่สำคัญเพียงแต่แทงเท่าที่โอกาสอำนวยไม่มีเจตนาฆ่า ก. และจำเลยที่ 2 กระทำเพื่อป้องกันมิให้ก. แทงจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมาย เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง และเป็นการกระทำพอสมควรแก่เหตุ จึงไม่มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 จำเลยที่ 1 มิได้สมัครใจวิวาทกับ ก. แต่ถูก ก. กับพวกไล่ทำร้ายจนจำเลยที่ 2 ต้องเข้าช่วยเหลือด้วยการแทง ก. อันเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 299 และเป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลมีอำนาจพิพากษาให้มีผลตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้ฎีกาด้วย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ พาอาวุธมีดปลายแหลม ๑ เล่มไปในเมืองและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองร่วมกันเป็นฝ่ายหนึ่ง และนายกุลพัฒน์ นูร์ อีกฝ่ายหนึ่ง สมัครใจทะเลาะวิวาทกัน เป็นเหตุให้จำเลยที่ ๑ ได้รับอันตรายแก่กายขณะเดียวกันจำเลยทั้งสองโดยเจตนาฆ่าร่วมกันทำร้ายและใช้อาวุธมีดปลายแหลมดังกล่าวแทงนายกุลพัฒน์ ถูกอวัยวะสำคัญเป็นบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง แต่แพทย์รักษาทันท่วงที นายกุลพัฒน์จึงไม่ถึงแก่ความตาย เพียงแต่ได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๓๗๑, ๘๓, ๙๑, ๓๓ ริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๙ จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐,๓๗๑ จำเลยทั้งสองอายุไม่เกินยี่สิบปี ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๘ เดือน เรียงกระทงลงโทษจำเลยที่ ๒ ความผิดตาม มาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำคุก ๖ ปี ๘ เดือน ตามมาตรา ๓๗๑ ปรับ ๖๐ บาท รวมจำคุก ๖ ปี ๘ เดือน ปรับ ๖๐ บาท คำให้การและคำเบิกความของจำเลยที่ ๒ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๔ ปี ๔ เดือน ๔๐ วัน ปรับ ๔๐ บาท ริบมีดของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๔ เดือนปรับ ๕๐๐ บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๖ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นคืนมีดของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายกุลพัฒน์ กับพวกเป็นฝ่ายเข้ามาหาเรื่องไล่ทำร้ายจำเลยทั้งสองในร้านที่เกิดเหตุ โดยจำเลยทั้งสองมิได้ต่อสู้ แล้ววินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๒ ซึ่งถูกไล่ตีได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากจำเลยที่ ๑ ในขณะที่นายกุลพัฒน์ขึ้นคร่อมจำเลยที่ ๑ จะใช้มีดคัตเตอร์แทงทำร้ายจำเลยที่ ๑ และมีเพื่อนนายกุลพัฒน์ร้องบอกให้เอาให้ตายจำเลยที่ ๒ จึงวิ่งออกไปใช้มีดของกลางแทงที่หลังนายกุลพัฒน์เพียง ๑ ที แล้วชักมีดวิ่งหนีไปนั้น แสดงว่าไม่ได้เลือกแทงที่สำคัญ เพียงแต่แทงเท่าที่โอกาสอำนวย ไม่มีเจตนาฆ่านายกุลพัฒน์ เมื่อนายกุลพัฒน์ถูกแทงแล้วก็เสียหลักไม่สามารถทำร้ายจำเลยที่ ๑ ได้ หากไม่กระทำเช่นนั้น จำเลยที่ ๑ จะต้องถูกนายกุลพัฒน์ทำร้ายได้รับอันตรายสาหัส หรืออาจถึงตายได้ เชื่อว่าจำเลยที่ ๒ กระทำเพื่อป้องกันมิให้นายกุลพัฒน์แทงทำร้ายจำเลยที่ ๑ซึ่งเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมาย เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง และเป็นการกระทำพอสมควรแก่เหตุ จึงไม่มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ ฯลฯ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ มิได้สมัครใจวิวาทกับนายกุลพัฒน์ แต่ถูกนายกุลพัฒน์กับพวกไล่ทำร้ายจนจำเลยที่ ๒ ต้องเข้าช่วยเหลือจำเลยที่ ๑ ด้วยการแทงนายกุลพัฒน์ อันเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ ๑ จึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๙ และเป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลมีอำนาจพิพากษาให้มีผลตลอดไปถึงจำเลยที่ ๑ซึ่งมิได้ฎีกาด้วยได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2980/2530 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายประเสริฐ แซ่จึง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายประเสริฐ แซ่จึง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชัย สูตรสุวรรณ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ถวิล ทองสว่างรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายศรีภูมิ สุวรรณโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายส่งศักดิ์ เปรมวุฒิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 523/2483ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 6355/2544ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 726/2487ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 801/2503ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา