⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3029-3030/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3029-3030/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยได้ยื่นคำให้การเป็นหนังสือหรือให้การด้วยวาจาต่อศาลแรงงานแล้ว การให้การเพิ่มเติมในภายหลังจะต้องทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลแรงงานตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง.

ย่อคำพิพากษา

กระบวนพิจารณาคดีแรงงานนั้น หากจำเลยประสงค์จะยื่นคำให้การเป็นหนังสือก็ชอบที่จะยื่นก่อนวันนัดพิจารณา ถ้ามิได้ยื่นไว้ในวันพิจารณาจำเลยจะให้การต่อศาลแรงงานด้วยวาจาให้ศาลแรงงานจดบันทึกก็ได้ คำให้การดังกล่าวต่างก็เป็นคำให้การที่ชอบด้วยกฎหมาย หลังจากนั้นหากจำเลยประสงค์จะให้การในเรื่องหนึ่งเรื่องใดอีก ก็ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179,180 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31 โดยจะต้องทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลแรงงานเพื่อพิจารณาสั่งตามบทกฎหมายดังกล่าว การที่จำเลยให้การด้วยวาจาในวันนัดพิจารณาซึ่งศาลแรงงานจดบันทึกไว้แล้ว ในวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกจำเลยทำคำให้การเป็นหนังสือยื่นต่อศาลแรงงานอีก โดยมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามบทกฎหมายดังกล่าว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบศาลแรงงานย่อมไม่รับคำให้การที่ยื่นนั้น.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.179 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.180 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.37 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.39 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.37 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นนายจ้างร่วมกันชำระค่าล่วงเวลา ค่าจ้างพร้อมเงินเพิ่มสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยและเงินค้ำประกันให้แก่โจทก์ทั้งสองพร้อมดอกเบี้ย ในวันนัดพิจารณาจำเลยทั้งสองให้การด้วยวาจาว่าจำเลยไม่ต้องจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายค่าล่วงเวลาคิดมาไม่ถูกต้องเงินค้ำประกันก็ไม่ถูกต้อง ก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์จำเลยทั้งสองยื่นคำให้การเป็นหนังสือโดยมีข้อความโต้แย้งอัตราเงินเดือนวันหยุดงานชั่วคราวและการทำงานล่วงเวลากับต่อสู้ว่าเป็นฟ้องซ้ำศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าสำเนาให้โจทก์พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยได้ให้การด้วยวาจาไว้แล้วจำเลยจะให้การอีกไม่ได้นอกจากขอแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งต้องทำก่อนวันสืบพยานและคำให้การนี้มิใช่คำขอแก้ไขเพิ่มเติมจึงไม่รับคำให้การ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองจ่ายค่าจ้างสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยกับเงินประกันพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสองคำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่าคดีมีปัญหาเพียงประการเดียวว่าจำเลยทั้งสองมีสิทธิยื่นคำให้การเป็นหนังสือหลังจากที่ได้ให้การด้วยวาจาไว้แล้วหรือไม่จำเลยอุทธรณ์ว่าตามคำให้การเป็นหนังสือของจำเลยนั้นจำเลยได้ให้การต่อสู้ในเรื่องฟ้องซ้ำไว้ด้วยเมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับจึงมิได้กำหนดประเด็นในเรื่องฟ้องซ้ำไว้การดำเนินกระบวนพิจารณาตลอดมาจนมีคำพิพากษาจึงไม่ชอบพิเคราะห์แล้วได้ความว่าจำเลยได้ให้การต่อศาลแรงงานกลางเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2529 ซึ่งเป็นวันนัดพิจารณาและศาลแรงงานกลางได้บันทึกคำให้การของจำเลยไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 30 ธันวาคม 2529 และให้นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 8 และ 15 มกราคม 2530 ในวันที่ 8 มกราคม 2530 ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกจำเลยได้ยื่นคำให้การเป็นหนังสือดังกล่าวซึ่งศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าสำเนาให้โจทก์พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยได้ให้การด้วยวาจาไว้แล้วเมื่อวันที่ 30ธันวาคม 2529 จำเลยจึงยื่นคำให้การอีกไม่ได้นอกจากจะแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การซึ่งต้องทำก่อนวันสืบพยานและคำให้การนี้มิใช่คำขอแก้ไขเพิ่มเติมจึงไม่รับคำให้การ ศาลฎีกาเห็นว่าคดีแรงงานเป็นคดีที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างกับคดีแพ่งธรรมดา การดำเนินคดีจะต้องเป็นไปโดยสะดวกประหยัดและรวดเร็วด้วยเหตุนี้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ.2522 มาตรา 37 จึงกำหนดว่าเมื่อศาลแรงงานรับคดีไว้พิจารณาแล้วให้ศาลแรงงานกำหนดวันเวลาในการพิจารณาและออกหมายเรียกจำเลยและจำเลยจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือก่อนวันเวลาที่ศาลแรงงานนัดให้มาศาลก็ได้ ดังนั้นหากจำเลยประสงค์จะยื่นคำให้การเป็นหนังสือจำเลยก็ชอบที่จะต้องยื่นก่อนวันนัดพิจารณา แต่ถ้าหากจำเลยมิได้ยื่นคำให้การเป็นหนังสือไว้ดังกล่าวจำเลยก็หาหมดสิทธิที่จะให้การต่อสู้คดีเสียเลยไม่โดยความในมาตรา 39 กำหนดไว้ว่าในกรณีมีประเด็นที่ยังไม่อาจตกลงกันหรือไม่อาจประนีประนอมยอมความกันให้ศาลแรงงานจดประเด็นข้อพิพาทและบันทึกคำแถลงของโจทก์กับคำให้การของจำเลยแล้วอ่านให้คู่ความฟังและให้ลงลายมือชื่อไว้ซึ่งหมายความว่าในวันนัดพิจารณาจำเลยยังมีสิทธิให้การต่อศาลแรงงานด้วยวาจาและศาลแรงงานจะบันทึกคำให้การของจำเลยไว้คำให้การของจำเลยไม่ว่าจะเป็นคำให้การเป็นหนังสือหรือคำให้การด้วยวาจาก็ดีต่างก็เป็นคำให้การที่ชอบด้วยกฎหมายทั้งสิ้นหลังจากนั้นหากจำเลยประสงค์จะให้การในเรื่องหนึ่งเรื่องใดอีกจำเลยก็ชอบที่จะต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 179, 180 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ.2522 มาตรา 31 โดยจะต้องทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลแรงงานกลางเพื่อพิจารณาสั่งตามบทกฎหมายดังกล่าว การที่จำเลยทำคำให้การเป็นหนังสือแล้วยื่นต่อศาลแรงงานกลางโดยมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามบทกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับคำให้การของจำเลยมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3029 - 3030/2530 นางสาว ประทุมพร ลับไพ รี กับพวก โจทก์ บริษัท ลัคกี้เซ็นเตอร์พลาซ่า จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว ประทุมพร ลับไพ รี กับพวก · จำเลย - บริษัท ลัคกี้เซ็นเตอร์พลาซ่า จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 10217/2551ฎีกา 2522/2531ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 8374/2547ฎีกา 2328/2533ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5086/2537ฎีกา 5111/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1081/2549ฎีกา 5712/2541ฎีกา 1371/2536ฎีกา 584/2536ฎีกา 3260/2528ฎีกา 109/2540ฎีกา 15617/2558ฎีกา 1885-1890/2545ฎีกา 2431/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา