⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3149/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3149/2530

ป.พ.พ. ม.572, 573

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อตามมาตรา 573 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จะมีผลสมบูรณ์ต่อเมื่อผู้เช่าซื้อได้ส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนแก่ผู้ให้เช่าซื้อแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์จากจำเลย หากโจทก์จะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อก็อาจทำได้ด้วยการส่งมอบรถยนต์คืนแก่จำเลย ดังนั้น เมื่อโจทก์บอกกล่าวเลิกสัญญาโดยยังครอบครองรถยนต์คันที่เช่าซื้ออยู่ การบอกเลิกสัญญาของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.573

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.573 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกจากจำเลย แต่จำเลยผิดสัญญาไม่มอบทะเบียนรถยนต์ ป้ายทะเบียนและป้ายวงกลมติดรถยนต์ให้โจทก์โจทก์เสียหายไม่อาจนำรถยนต์บรรทุกออกใช้ประโยชน์ได้ จึงบอกเลิกสัญญาและฟ้องเรียกเงินค่าเช่าซื้อที่ชำระให้โจทก์ไปแล้วบางส่วนและค่าขาดประโยชน์ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวม ๗๘๒,๕๒๕ บาท จำเลยให้การความว่า จำเลยไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อไม่ได้เนื่องจากโจทก์ยังครอบครองรถยนต์คันพิพาทอยู่ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายหรือค่าเช่าซื้อคืน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา แต่โจทก์ยังครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้ออยู่ การบอกเลิกสัญญาของโจทก์ไม่มีผลตามกฎหมายสัญญาเช่าซื้อยังมีผลผูกพันเหมือนเดิม โจทก์เรียกค่าเสียหายไม่ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามพยานโจทก์ จำเลยนำสืบรับกันว่า โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อไปยังจำเลยทั้งๆ ที่โจทก์ยังครอบครองรถยนต์คันพิพาทอยู่ เห็นว่าโจทก์เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์คันพิพาทจากจำเลย หากโจทก์จะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อก็อาจทำได้ด้วยการส่งมอบรถยนต์คันพิพาทคืนแก่จำเลย แต่ปรากฏว่าขณะโจทก์บอกกล่าวเลิกสัญญา โจทก์ยังครอบครองรถยนต์คันพิพาทอยู่ การบอกเลิกสัญญาของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๓ ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นเรื่องค่าเสียหาย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3149/2530 บริษัทเอราวัณเพียววอเตอร์ จำกัด โจทก์ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์บางกอกอินเวสท์เม้นท์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเอราวัณเพียววอเตอร์ จำกัด · จำเลย - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์บางกอกอินเวสท์เม้นท์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเธียร ยูงทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายคำนึง อุไรรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2767/2523ฎีกา 3796/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 1411/2513ฎีกา 2763/2551ฎีกา 58/2530ฎีกา 353/2535ฎีกา 1800/2511ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1561/2520ฎีกา 2903/2536ฎีกา 1083/2540ฎีกา 3295/2533ฎีกา 991/2548ฎีกา 1567/2513ฎีกา 5675/2530ฎีกา 4432/2534ฎีกา 85/2540ฎีกา 478/2501ฎีกา 2987/2517ฎีกา 3238/2552ฎีกา 5553/2537ฎีกา 9571/2544ฎีกา 2671/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา