คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3276/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใส่ความผู้อื่นด้วยการโฆษณาด้วยเอกสารอันน่าจะทำให้ผู้ถูกใส่ความเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามกฎหมายอาญา เว้นแต่เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือติชมด้วยความเป็นธรรม
ย่อคำพิพากษา
ข้อความที่จำเลยที่ 1 เขียนลงในบทความทางหนังสือพิมพ์ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นบรรณาธิการมีใจความว่า โจทก์ เทศมนตรีการศึกษาเทศบาลบังอาจใช้อำนาจโยกย้ายหัวหน้าฝ่ายนิเทศกองศึกษาไปอยู่ฝ่ายอื่น และได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่าผู้ถูกย้ายไม่มีความสามารถและไม่เหมาะสมกับงานนิเทศและได้เข็นเอาเมีย ปลัดเทศบาลซึ่งเป็นครูยืมตัวช่วยราชการขึ้นไปเป็นแทนเป็นเวลาร่วมปีมาแล้วนั้น บัดนี้กาลเวลาได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นการกระทำที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ เป็นผลงานที่เกิดจากอคติส่วนตัว เหลิงอำนาจ หลงคำเยินยอจากพวกลิ้นสากปากลื่นที่ใกล้ชิด และความมีอายุน้อยด้วยประสบการณ์ของโจทก์เองการศึกษาของเทศบาลต้องตกต่ำเพราะความขัดแย้ง กลั่นแกล้งก้าวก่าย และการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมของนักการเมืองต่อข้าราชการประจำ นั้น เป็นข้อความที่ใส่ความโจทก์โดยการโฆษณาด้วยเอกสารอันน่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง อันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ไม่ใช่เป็นการแสดงความคิดเห็น หรือติชมด้วยความเป็นธรรมอันจะทำให้จำเลยทั้งสองไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเทศมนตรีการศึกษาเทศบาลนครเชียงใหม่จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของและผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์รายวัน และเป็นผู้เขียนข้อความในคอลัมน์ 'ข้างตำรา' ในหนังสือพิมพ์ จำเลยที่ ๒ เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์โฆษณา จำเลยที่ ๑ เขียนข้อความหมิ่นประมาทโจทก์สรุปใจความได้ว่าโจทก์ซึ่งเป็นเทศมนตรีการศึกษาเทศบาลบังอาจใช้อำนาจโยกย้าย หัวหน้าฝ่ายนิเทศกองศึกษาไปอยู่ฝ่ายอื่น และได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ (ที่บีบคอได้เพราะขายโฆษณาให้) ว่าหัวหน้าฝ่ายนิเทศกองการศึกษาไม่มีความสามารถและไม่เหมาะสมกับงานนิเทศ เป็นการกระทำที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ เป็นผลงานที่เกิดจากอคติส่วนตัว เหลิงอำนาจ หลงคำเยินยอจากพวกลิ้นสากปากลื่นที่ใกล้ชิดและความมีอายุน้อยด้วยประสบการณ์ของโจทก์เอง การศึกษาของเทศบาลต้องมาตกต่ำเพราะความขัดแย้งกลั่นแกล้ง ก้าวก่าย และการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมของนักการเมืองต่อข้าราชการประจำ งานการศึกษาไม่เหมือนหนังน้ำเน่าที่เอามาหากินกับชาวบ้าน ข้อความดังกล่าวทำให้ประชาชนคนอ่านเกิดความหลงผิดคิดว่าโจทก์ใช้ตำแหน่งหน้าที่เทศมนตรีโดยมิชอบและใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่เป็นธรรมหรืออคติ กลั่นแกล้งข้าราชการประจำ เหลิงอำนาจ หลงคำเยินยอ และไม่มีความสามารถ ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง และอาจเป็นการเสียหายแก่ทางทำมาหาได้ หรือทางเจริญของธุรกิจโจทก์ จำเลยที่ ๒ ในฐานะบรรณาธิการผู้พิมพ์โฆษณาต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ด้วย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑, ๓๒๘
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว สั่งให้ประทับฟ้อง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๖ เดือน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'จำเลยที่ ๑ ได้เขียนข้อความสำคัญว่า โจทก์เทศมนตรีการศึกษาเทศบาลบังอาจใช้อำนาจโยกย้ายอาจารย์บุญเสียง ปิ่นสุข หัวหน้าฝ่ายนิเทศกองศึกษาไปอยู่ฝ่ายอื่น และได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ (ที่บีบคอได้ เพราะขายโฆษณาให้) ว่าอาจารย์บุญเสียงไม่มีความสามารถและไม่เหมาะสมกับงานนิเทศ และได้เซ็นเอาเมียปลัดเทศบาลซึ่งเป็นครูยืมตัวช่วยราชการขึ้นไปเป็นแทนเป็นเวลาร่วมปีมาแล้วนั้น บัดนี้กาลเวลาพิสูจน์แล้วว่าเป็นการกระทำที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ เป็นผลงานที่เกิดจากอคติส่วนตัว หลงอำนาจ หลงคำเยินยอจากพวกลิ้นสากปากลื่นที่ใกล้ชิดและความมีอายุน้อยด้อยประสบการณ์ของโจทก์เอง การศึกษาของเทศบาลต้องตกต่ำเพราะความขัดแย้งกลั่นแกล้งก้าวก่าย และการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมของนักการเมืองต่อข้าราชการประจำและข้อความที่ว่างงานการศึกษาไม่ใช่เหมือนหนังน้ำเน่าที่เอามาหากินกับชาวบ้านศาลฎีกาเห็นว่าข้อความดังกล่าวมีลักษณะเป็นการยืนยันว่า โจทก์ได้กระทำการโยกย้ายอาจารย์โดยบังอาจซึ่งหมายความว่า กระทำการด้วยความทะนงใจหรือฮึกเหิมหรือกระทำการโดยละเมิดต่อกฎหมาย และข้อความที่ว่าการกระทำของโจทก์เกิดจากอคติเป็นส่วนตัวเหลิงอำนาจ หลงคำเยินยอ เพราะมีอายุน้อยด้อยประสบการณ์ก็แสดงว่าโจทก์เอาเรื่องส่วนตัวมาโยกย้ายอาจารย์ด้วยความหลงอำนาจ ด้อยประสบการณ์ อีกทั้งกลั่นแกล้งและใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม จึงเป็นข้อความที่ใส่ความโจทก์โดยการโฆษณาด้วยเอกสารหนังสือพิมพ์ อันน่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘ ไม่ใช่เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือติชมด้วยความเป็นธรรม
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๒ เดือน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3276/2530
นางเยาวลักษณ์ ชินวัตร โจทก์
นายสุนทร มุนีเวช กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเยาวลักษณ์ ชินวัตร · จำเลย - นายสุนทร มุนีเวช กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์ · อากาศ บำรุงชีพ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงเชียงใหม่ - นายจตุรงค์ นาสมใจ · ศาลอุทธรณ์ - นายวีระชัย สูตรสุวรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา