⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4205/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4205/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
มติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดให้การจ่ายเงินสวัสดิการของรัฐวิสาหกิจต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง มีผลบังคับใช้เหนือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ทำขึ้นก่อนมติดังกล่าว หากข้อตกลงนั้นยังไม่ได้มีการปฏิบัติจริงและกระทรวงการคลังไม่อนุญาตให้จ่ายเงินตามข้อตกลงนั้น ข้อตกลงดังกล่าวจึงไม่มีผลบังคับ

ย่อคำพิพากษา

การที่คณะรัฐมนตรีมีมติว่า ในกรณีที่รัฐวิสาหกิจใดได้กำหนดให้มีการจ่ายเงินที่แตกต่างไปจากทางราชการอยู่ก่อนแล้วก็ให้เป็นไปตามเดิม แต่ถ้าจะกำหนดให้มีการจ่ายเงินสวัสดิการหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักเกณฑ์นอกเหนือไปจากที่มีอยู่ให้ทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง จำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจและโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจจึงต้องตกอยู่ภายใต้บังคับของมติคณะรัฐมนตรีนั้น ดังนี้ แม้ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์จำเลยที่ว่า จำเลยจะจ่ายเงินช่วยเหลือบุตรเพิ่มให้แก่พนักงาน เมื่อพนักงานช่วยกันปฏิบัติหน้าที่จนมีผลให้ลดการรั่วไหลของน้ำเพิ่มขึ้นนับจากวันทำข้อตกลงกันและข้อตกลงนั้นมีผลใช้บังคับก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติดังกล่าวแล้วผลการดำเนินงานจะเป็นไปเช่นข้อตกลงก็ตาม แต่เมื่อได้ความว่าก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติข้างต้น จำเลยยังไม่ได้จ่ายเงินหรือปฏิบัติไปตามข้อตกลงเลยและเมื่อกระทรวงการคลังไม่อนุญาตให้จ่ายเงินตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวตามที่จำเลยได้ขอไป ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยเช่นว่านั้นจึงไม่มีผลบังคับ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติการประปานครหลวง พ.ศ.2510 ม.19 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.18

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ จำเลยได้ทำข้อตกลงกับโจทก์ว่าจะเพิ่มเงินช่วยเหลือบุตรให้ต่อเมื่อพนักงานช่วยกันปฏิบัติหน้าที่จนมีผลทำให้สามารถลดการรั่วไหลของน้ำ ทำให้เปอร์เซ็นต์การขายน้ำเพิ่มขึ้น และสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ ซึ่งตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ ถึงปี ๒๕๒๙ พนักงานการประปานครหลวงได้ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่จนเป็นผลสำเร็จตามเงื่อนไขดังกล่าว แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินเพิ่มช่วยเหลือบุตรพร้อมดอกเบี้ยแก่พนักงานประปานครหลวงตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๒๕ ถึงปีงบประมาณ ๒๕๒๙ รวม ๕ ปี จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ จำเลยได้ทำข้อตกลงกับโจทก์ว่าจะเพิ่มเงินช่วยเหลือบุตรพนักงานให้ตามฟ้องจริง แต่คณะรัฐมนตรีได้มีมติห้ามจ่ายเงินดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๑ เว้นแต่จะทำความตกลงกับกระทรวงการคลังก่อนซึ่งจำเลยได้ขอความเห็นชอบต่อกระทรวงการคลังแล้วแต่กระทรวงการคลังไม่เห็นชอบด้วย จำเลยต้องปฏิบัติตาม ข้อตกลงตามฟ้องจึงไม่มีผลบังคับ ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณา คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า ได้มีข้อตกลงตามฟ้องจริงคณะรัฐมนตรีได้มีมติตามที่จำเลยให้การจริง ผลการดำเนินงานในปี ๒๕๒๑ และปี ๒๕๒๒ เป็นไปตามเงื่อนไขข้อตกลง จำเลยได้จ่ายเงิน (เพิ่ม) ให้ตามข้อตกลงแล้ว ในปีที่โจทก์ฟ้องนั้น ผลการดำเนินงานสำเร็จตามเงื่อนไข จำเลยได้มีหนังสือขอความเห็นชอบไปยังกระทรวงการคลังแล้ว แต่กระทรวงการคลังขัดข้อง จำเลยจึงมิได้จ่ายเงินตามข้อตกลงดังกล่าว โจทก์ได้ร้องต่อกรมแรงงานและกรมแรงงานมีความเห็นให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลง แต่จำเลยไม่ปฏิบัติ โจทก์จึงได้ฟ้องคดีนี้ คู่ความไม่ติดใจสืบพยานขอให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยไปตามรูปคดี ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยตามฟ้องเป็นข้อตกลงซึ่งมีเงื่อนไขบังคับก่อน เมื่อเงื่อนไขดังกล่าวสำเร็จภายหลังที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติห้ามแล้ว จึงต้องอยู่ภายใต้บังคับมติคณะรัฐมนตรี ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยตามฟ้องเป็นการฝ่าฝืนมติคณะรัฐมนตรี ไม่มีผลบังคับ พิพากาษยกฟ้อง ผู้พิพากษาสมทบนายหนึ่งมีความเห็นแย้ง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ โจทก์จำเลยได้ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อกันว่า จำเลยจะจ่ายเงินช่วยเหลือบุตรเพิ่มให้แก่พนักงาน เมื่อพนักงานช่วยกันปฏิบัติหน้าที่จนมีผลทำให้สามารถลดการรั่วไหลของน้ำทำให้เปอร์เซ็นต์การขายน้ำเพิ่ม ผลการดำเนินงานปรากฏว่าในปี ๒๕๒๑ และปี ๒๕๒๒ เป็นไปตามข้อตกลง จำเลยจึงได้จ่ายเงินเช่วยเหลือบุตรเพิ่มให้แก่พนักงานไปตามข้อตกลงแล้ว เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๑ คณะรัฐมนตรีมีมติว่าการจ่ายเงินสวัสดิการให้แก่พนักงานและลูกจ้างในขณะที่ยังอยู่ปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจ เช่นค่าเล่าเรียนบุตร ค่ารักษาพยาบาล และเงินช่วยเหลือบุตร ให้รัฐวิสาหกิจกำหนดให้มีหลักเกณฑ์เช่นเดียวกันกับของทางราชการในกรณีที่รัฐวิสาหกิจโดยได้กำหนดให้มีการจ่ายเงินที่แตกต่างไปจากของทางราชการอยู่ก่อนแล้ว ก็คงให้เป็นไปตามเดิม แต่ถ้ารัฐวิสาหกิจใดจะกำหนดให้มีการจ่ายเงินสวัสดิการอื่น หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักเกณฑ์ที่นอกเหนือไปจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง ต่อมาในปี ๒๕๒๕ ถึงปี ๒๕๒๙ ผลการดำเนินงานก็เป็นไปตามข้อตกลงเช่นเดียวกันซึ่งจำเลยได้มีหนังสือขอความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังเพื่อจะจ่ายเงินช่วยเหลือบุตรเพิ่มให้แก่พนักงานตามข้อตกลง แต่กระทรวงการคลังขัดข้องเพราะมีมติคณะรัฐมนตรีห้ามไว้ดังกล่าวข้างต้น จำเลยจึงมิได้จ่ายเงินช่วยเหลือบุตรเพิ่มให้แก่พนักงานตามข้อตกลง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูและของกระทรวงมหาดไทย จำเลยจะต้องปฏิบัติตามระเบียบคำสั่งของรัฐมนตรีเจ้าสังกัดหรือมติของคณะรัฐมนตรี รวมทั้งพนักงานหรือลูกจ้างของจำเลยซึ่งเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับของมติคณะรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน แม้ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ แต่การที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๒๑ ว่า ในกรณีที่รัฐวิสาหกิจใดได้กำหนดให้มีการจ่ายเงินที่แตกต่างไปจากของทางราชการอยู่ก่อนแล้วก็ให้เป็นไปตามเดิม แต่ถ้ารัฐวิสาหกิจใดจะกำหนดให้มีการจ่ายเงินสวัสดิการอื่นหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักเกณฑ์ที่นอกเหนือไปจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังนั้นมีความหมายว่า หากรัฐวิสาหกิจใดได้มีการจ่ายเงินหรือปฏิบัติไปตามข้อตกลงแล้วก็คงให้เป็นไปตามเดิม เมื่อได้ความว่า ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติดังกล่าว จำเลยยังไม่ได้จ่ายเงินหรือปฏิบัติไปตามข้อตกลงเลย ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติห้ามโดยจะต้องขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังก่อน เมื่อจำเลยได้ขออนุญาตต่อกระทรวงการคลังแล้วกระทรวงการคลังไม่อนุญาต ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยเช่นว่านั้นก็ไม่มีผลบังคับที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4205/2530 สหภาพแรงงานการประปาแห่งประเทศไทย โจทก์ การประปานครหลวง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สหภาพแรงงานการประปาแห่งประเทศไทย · จำเลย - การประปานครหลวง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวินัย วิมลเศรษฐ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2004/2527ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 3115/2529ฎีกา 1850/2544ฎีกา 6977/2544ฎีกา 3514/2525ฎีกา 2893/2532ฎีกา 4371-4451/2544ฎีกา 4306/2541ฎีกา 5191/2539ฎีกา 6876-6877/2538ฎีกา 12088/2547ฎีกา 9403-9495/2538ฎีกา 9403/2538ฎีกา 89-90/2530ฎีกา 2929/2527ฎีกา 1338/2525ฎีกา 5506/2538ฎีกา 984/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา