⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4371-4451/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4371-4451/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้แทนสหภาพแรงงานที่ได้รับมอบอำนาจให้เจรจาต่อรองข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการจ้าง สามารถทำข้อตกลงกับนายจ้างได้โดยไม่ต้องให้ที่ประชุมใหญ่ของสหภาพแรงงานให้การรับรองอีกครั้ง และข้อตกลงดังกล่าวมีผลผูกพันสมาชิกสหภาพแรงงาน

ย่อคำพิพากษา

การที่สหภาพแรงงาน ท. ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อจำเลยที่ 8 (นายจ้าง) ขอให้จำเลยที่ 8 พิจารณาจัดเงินช่วยเหลือค่าดำรงชีพแก่พนักงาน ให้จำเลยที่ 8 ยืนยันความมั่นคงในเรื่องโบนัส เปอร์เซ็นต์การขึ้นเงิน อัตรากำลังคน และให้ปรับปรุงสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลด้วย ซึ่งในการดำเนินกิจการอันกระทบกระเทือนถึงส่วนที่เสียของสมาชิกเป็นส่วนรวมดังกล่าว ที่ประชุมใหญ่สมาชิกสหภาพแรงงานฯ ได้ให้การรับรองและแต่งตั้งให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 เป็นตัวแทนเข้าร่วมเจรจาต่อรองกับจำเลยที่ 8 กรณีที่กล่าวมาจึงเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 103 (2) มาตรา 13 วรรคสาม และมาตรา 15 วรรคหนึ่ง แล้ว ดังนั้นเมื่อต่อมาจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ได้เข้าร่วมเจรจาต่อรองกับจำเลยที่ 8 หลายครั้งตามมาตรา 16 จนทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงเกี่ยวกับข้อเรียกร้องตามมาตรา 13 ได้ โดยเฉพาะเงินโบนัสจำเลยที่ 8 ตกลงจ่ายเงินโบนัสประจำปี เฉพาะงวดการจ่ายวันที่ 30 มิถุนายน 2542 อัตราเฉลี่ย 1.4 เท่าของเงินเดือนตามเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในขอบอำนาจที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ได้รับมอบหมายให้ไปเจรจากับจำเลยที่ 8 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ในฐานะผู้แทนของสหภาพแรงงาน ท. ที่เข้าร่วมเจรจาตกลงดังกล่าวย่อมมีสิทธิทำข้อตกลงเกี่ยวกับเงินโบนัสอันเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกับจำเลยที่ 8 ได้ตามมาตรา 18 โดยมิจำต้องให้ที่ประชุมใหญ่ของสหภาพแรงงาน ท. มีมติให้การรับรองอีกครั้ง ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวจึงมีผลบังคับและผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ท.ตามมาตรา 19 วรรคสอง เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 8 ได้จ่ายเงินโบนัสให้แก่โจทก์ดังกล่าวไปครบถ้วนในอัตรา 1.4 เท่าของเงินเดือนตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเอกสารหมาย จ.3 แล้ว จำเลยที่ 8 จึงไม่ต้องจ่ายเงินโบนัสตามฟ้องให้แก่โจทก์ทั้งแปดสิบเอ็ดสำนวนอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.13 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.15 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.16 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.18 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.19 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.103

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งแปดสิบเอ็ดสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาเข้ากับคดีอื่นอีก 19 สำนวน โจทก์ทั้งแปดสิบเอ็ดสำนวนฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งแปดร่วมกันจ่ายโบนัสส่วนที่ขาดแก่โจทก์ตามลำดับ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งแปดรวมแปดสิบเอ็ดสำนวนให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งแปดสิบเอ็ดสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าสหภาพแรงงานเทยินโพลีเอสเตอร์ได้จัดประชุมใหญ่สมาชิกเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2541 ซึ่งที่ประชุมใหญ่มีมติให้สหภาพแรงงานเทยินโพลีเอสเตอร์ยื่นข้อเรียกร้องต่อจำเลยที่ 8 ซึ่งเป็นนายจ้างและแต่งตั้งให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 เป็นตัวแทนเข้าร่วมเจรจาต่อรองกับจำเลยที่ 8 ต่อมาสหภาพแรงงานเทยินโพลีเอสเตอร์ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อจำเลยที่ 8 และในวันเดียวกันจำเลยที่ 8 ได้ยื่นข้อเรียกร้องสวนทางแล้วมีการเจรจาต่อรองกันรวม 15 ครั้ง จนในที่สุดทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ แล้วจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ได้ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกับจำเลยที่ 8 ให้ลดเงินโบนัสของพนักงานจากอัตรา 1.6 เท่าของเงินเดือนลงเหลือ 1.4 เท่าของเงินเดือนโดยไม่ได้เรียกประชุมใหญ่สหภาพแรงงานเทยินโพลีเอสเตอร์เพื่อรับรองการทำข้อตกลงดังกล่าว ต่อมาจำเลยที่ 8 นำข้อตกลงดังกล่าวไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เห็นว่า สหภาพแรงงานเทยินโพลีเอสเตอร์ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อจำเลยที่ 8 ขอให้จำเลยที่ 8 พิจารณาจัดเงินช่วยเหลือค่าดำรงชีพแก่พนักงาน ให้จำเลยที่ 8 ยืนยันความมั่นคงในเรื่องโบนัส เปอร์เซ็นต์การขึ้นเงิน อัตรากำลังคนและให้ปรับปรุงสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลด้วย ซึ่งในการดำเนินกิจการอันกระทบกระเทือนถึงส่วนได้เสียของสมาชิกเป็นส่วนรวมดังกล่าว ที่ประชุมใหญ่สมาชิกสหภาพแรงงานฯ ได้ให้การรับรองและแต่งตั้งให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 เป็นตัวแทนเข้าร่วมเจรจาต่อรองกับจำเลยที่ 8 กรณีที่กล่าวมาจึงเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 103 (2) มาตรา 13 วรรคสามและมาตรา 15 วรรคหนึ่ง แล้ว ดังนั้นเมื่อต่อมาจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ได้เข้าร่วมเจรจาต่อรองกับจำเลยที่ 8 หลายครั้งตามมาตรา 16 จนทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงเกี่ยวกับข้อเรียกร้องตามมาตรา 13 ได้ โดยเฉพาะเงินโบนัสจำเลยที่ 8 ตกลงจ่ายเงินโบนัสประจำปี เฉพาะงวดการจ่ายวันที่ 30 มิถุนายน 2542 อัตราเฉลี่ย 1.4 เท่าของเงินเดือน ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในขอบอำนาจที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ได้รับมอบหมายให้ไปเจรจากับจำเลยที่ 8 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ในฐานะผู้แทนของสหภาพแรงงานเทยินโพลีเอสเตอร์ที่เข้าร่วมเจรจาตกลงดังกล่าวย่อมมีสิทธิทำข้อตกลงเกี่ยวกับเงินโบนัสอันเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกับจำเลยที่ 8 ได้ตามมาตรา 18 โดยมิจำต้องให้ที่ประชุมใหญ่ของสหภาพแรงงานเทยินโพลีเอสเตอร์มีมติให้การรับรองอีกครั้ง ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวจึงมีผลบังคับและผูกพันโจทก์ทั้งแปดสิบเอ็ดสำนวนซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานเทยินโพลีเอสเตอร์ ตามมาตรา 19 วรรคสอง เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 8 ได้จ่ายเงินโบนัสให้แก่โจทก์ดังกล่าวไปครบถ้วนในอัตรา 1.4 เท่าของเงินเดือนตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่กล่าวมาแล้ว จำเลยที่ 8 จึงไม่ต้องจ่ายเงินโบนัสตามฟ้องให้แก่โจทก์ทั้งแปดสิบเอ็ดสำนวนอีก ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4371 - 4451/2544 นายแผ้ว อยู่เปรม กับพวก โจทก์ นายกฤตพล ธรรมมาวิวัฒน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแผ้ว อยู่เปรม กับพวก · จำเลย - นายกฤตพล ธรรมมาวิวัฒน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · จรัส พวงมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายบุญทอง ปลื้มวรสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 768/2533ฎีกา 2004/2527ฎีกา 7337/2549ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 3539/2536ฎีกา 5200/2543ฎีกา 7420/2537ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 2681-2683/2545ฎีกา 19140-19173/2557ฎีกา 2725/2530ฎีกา 3115/2529ฎีกา 1316/2536ฎีกา 1128/2544ฎีกา 1850/2544ฎีกา 404/2530ฎีกา 6977/2544ฎีกา 2042/2525ฎีกา 4532/2541ฎีกา 3619/2529ฎีกา 3546/2525ฎีกา 3415/2525ฎีกา 3815/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา