⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4219/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4219/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทให้ถูกต้องตามกฎหมายภายในระยะเวลาที่กำหนดตามพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุนฯ เป็นเหตุให้การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้ชื่อว่าบริษัทเงินทุนในการประกอบธุรกิจโดยจำเลยมิใช่บริษัทเงินทุนตามกฎหมาย ต่อมาระหว่างอุทธรณ์ได้มีประกาศใช้บังคับ พระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุนฯ ซึ่งมาตรา 37 บัญญัติให้เลิกใช้ชื่อดังกล่าวภายใน 180 วันนับแต่วันที่พ.ร.ก. ใช้บังคับ ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จำเลยได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทเลิกใช้ชื่อว่า บริษัทเงินทุน ดังนี้จำเลยมิได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 13, 72 แห่งพระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจเงินทุนฯ อีกต่อไป ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 ม.6 พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 ม.13 พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 ม.29 พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 ม.37 พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันใช้ชื่อบริษัทจำเลยที่ ๑ เป็นภาษาจีน อ่านว่า " จือ กิม อู่หัง กงชี" อันมีความหมายว่าบริษัทเงินทุนจำกัดในการประกอบธุรกิจโดยจำเลยกับพวกมิใช่บริษัทเงินทุน และได้ร่วมกันประกอบธุรกิจเงินทุนโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจเงินทุนฯ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๘, ๑๑, ๑๓, ๗๑, ๗๒, ๗๘ พ.ร.ก. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจเงินทุนฯ พ.ศ.๒๕๒๖ มาตรา ๖, ๒๙ จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในความผิดฐานใช้ชื่อหรือสำแดงชื่อที่มีความหมายว่าบริษัทเงินทุนโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำฟ้องและคำรับสารภาพของจำเลยว่า เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๒๕ ถึงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๒๗ จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันใช้ชื่อของบริษัทจำเลยที่ ๑ ว่า " จือ กิม อู่หัง กงชี" อันมีความหมายว่า บริษัทเงินทุกนจำกัดในการประกอบธุรกิจโดยจำเลยที่ ๑ มิใช่บริษัทเงินทุนตามกฎหมาย ต่อมาวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๒๖ ได้มีประกาศใช้บังคับพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุกน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖ และเมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๒๗ จำเลยได้จดทะเบียนเปลี่ยชื่อบริษัทชาเตอร์เครดิต จำกัด จำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทชาร์เตอร์บีสเนส จำกัด มีปัญหาพิจารณาตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดฐานใช้ชื่อหรือสำแดงชื่อในธุรกิจว่าบริษัทเงินทุนหรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกันตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๓๗ หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว พระราชกำหนดดังกล่าวมาตรา ๓๗ บัญญัติว่า " ให้บุคคลซึ่งใช้ชื่อหรือคำแสดงขื่อในธุรกิจที่มีคำว่า " การลงทุน" " เครดิต" หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกันอยู่แล้วในวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับซึ่งต้องห้ามมีให้ใช้ตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้เลิกใช้ชื่อ คำแสดงชื่อหรือคำอื่นใดดังกล่าวภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ" ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทชาเตอร์เครดิต จำกัด จำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทชาเตอร์บีสเนส จำกัด เป็นการเลิกใช้ชื่อคำว่า " บริษัทเงินทุกน" ภายในหนึ่งร้อยแปดสินวันตามที่พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุกน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๓๗ บัญญัติไว้แล้ว จำเลย ที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ จึงมิได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่โจทก์กล่าวฟ้องอีกต่อไป ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามไม่เป็นความผิดฐานใช้ชื่อหรือสำแดงชื่อในธุรกิจว่าบริษัทเงินทุกหรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกันที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานใช้ชื่อหรือสำแดงชื่อที่มีความหมายว่าบริษัทเงินทุนตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๓, ๗๒ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุกน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๖, ๒๙ นั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4219/2530 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ บริษัทชาเตอร์เครดิต จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - บริษัทชาเตอร์เครดิต จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายนิธิ ไขแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ สุทธิวาทนฤพุฒิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 125/2532ฎีกา 6575/2551ฎีกา 2018/2526ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1143/2565ฎีกา 880/2502ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1305/2547ฎีกา 3948/2566ฎีกา 9/2496ฎีกา 1835/2545ฎีกา 776/2565ฎีกา 3/2542ฎีกา 26/2487ฎีกา 345/2492ฎีกา 3026/2517ฎีกา 664/2520ฎีกา 1140/2507ฎีกา 2963/2535ฎีกา 2891/2540ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา