⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4397/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4397/2530

ป.อาญา ม.352, 353 · ป.พ.พ. ม.797, 1336

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การกระทำของผู้จัดการสาขาธนาคารที่อนุมัติเบิกจ่ายเงินเกินกว่าหลักประกันจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคาร ถือเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินของนายจ้างตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 2. ธนาคารเป็นผู้เสียหายในกรณีที่เงินของธนาคารถูกเบิกจ่ายไปโดยมิชอบ และมีอำนาจในการร้องทุกข์และขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีได้ 3. หนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ดำเนินคดี ไม่จำเป็นต้องระบุจำนวนคดีหรือกำหนดระยะเวลาการมอบอำนาจไว้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการสาขาของธนาคารโจทก์ร่วมได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของธนาคาร กระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริตผิดระเบียบเกี่ยวกับการอนุมัติเบิกจ่ายเงินจนลูกค้าธนาคารโจทก์ร่วมเป็นลูกหนี้ธนาคารโจทก์ร่วมสูงกว่าหลักประกันถึงหกแสนบาทเศษ ดังนี้ ย่อมเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของธนาคารโจทก์ร่วมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 แล้ว เงินที่จำเลยอนุมัติให้เบิกจ่ายไปจากบัญชีกระแสรายวันของลูกค้าธนาคารโจทก์ร่วมเป็นเงินของธนาคารโจทก์ร่วม ธนาคารโจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจร้องทุกข์และขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ หนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยและผู้เกี่ยวข้องไม่จำเป็นต้องระบุว่าให้ร้องทุกข์กี่คดีและไม่จำเป็นต้องกำหนดระยะเวลาการมอบอำนาจไว้ ฟ้องไม่ได้บรรยายว่าจำเลยครอบครองทรัพย์และเบียดบังทรัพย์ของผู้เสียหาย โจทก์เพียงแต่อ้าง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 มาในคำขอท้ายฟ้องเท่านั้นจำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 ประมวลกฎหมายอาญา ม.353 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.3 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.30 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๓, ๓๕๔ และให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน ๖๙๗,๖๖๕.๙๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาสหธนาคารผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๒, ๓๕๓, ๓๕๔ เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทลงโทษตามมาตรา ๓๕๔ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก ๕ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวนตามฟ้องและดอกเบี้ยแก่โจทก์ร่วม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า การยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๓ ทรัพย์ดังกล่าวจะต้องเป็นวัตถุมีรูปร่างที่จับต้องสัมผัสได้ ยอดเงินในบัญชีกระแสรายวันไม่ใช่เงินหรือทรัพย์สินตามบทมาตราดังกล่าว เห็นว่า การที่จำเลยได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของโจทกืร่วมในตำแหน่งผู้จัดการสาขาปราณบุรี แล้วกระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต ผิดระเบียบเกี่ยวกับการอนุมัติเบิกจ่ายเงินในบัญชีกระแสรายวันของนางนิภาจนยอดเงินที่นางนิภาเป็นหนี้โจทก์ร่วมตามบัญชีดังกล่าวสูงกว่าหลักประกันถึง ๖๕๙,๗๓๐.๒๔ บาท ย่อมเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของโจทก์ร่วม ตามความหมายของ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๓ แล้ว ปัญหาโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่า แม้เงินที่จำเลยอนุมัติให้เบิกจ่ายไปจะเบิกจ่ายจากบัญชีกระแสรายวันของนางสาวนิภา ก็เป็นเงินของโจทก์ร่วมที่จำเลยยอมให้มีการเบิกเกินบัญชีไปโดยผิดระเบียบเกินอำนาจที่จำเลยได้รับมอบหมาย หาใช่เงินฝากของนางสาวนิภาไม่ โจทก์ร่วมย่อมได้รับความเสียหายจึงเป็นผู้เสียหาย มีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยและเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ได้ ปัญหาว่าหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.๑ ที่โจทก์ร่วมมอบอำนาจให้นายวินิต บัณฑุรัตน์ ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เห็นว่าหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.๑ มีข้อความระบุว่า ให้ผู้รับมอบอำนาจดำเนินการร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญาเอาผิดกับจำเลยและบุคคลที่เกี่ยวข้องในทางอาญาและในทุกกรณี เป็นการมอบอำนาจโดยชัดแจ้งแล้ว ไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าให้ผู้รับมอบอำนาจร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยกี่คดี และไม่จำเป็นต้องกำหนดระยะเวลาไว้หนังสือมอบอำนาจหมาย จ.๑ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่เห็นว่า คดีนี้โจทก์ไม่ได้ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยครอบครองทรัพย์และเบียดบังเอาทรัพย์ของโจทก์ร่วมตาม ป.อ. มาตรา ๓๕๒ โจทก์เพียงแต่อ้างบทมาตราดังกล่าวมาในคำขอท้ายฟ้อง จำเลยจึงไม่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๕๒ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดดังกล่าวด้วยเป็นการไม่ชอบ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่มีความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๓๕๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4397/2530 พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ สหธนาคาร จำกัด โจทก์ร่วม นายธาดา เรืองโชติวิทย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ · โจทก์ร่วม - สหธนาคาร จำกัด · จำเลย - นายธาดา เรืองโชติวิทย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสรี แสงศิลป์ · สุชาติ จิวะชาติ · อำนวย เปล่งวิทยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายพินิจ สายสอาด · ศาลอุทธรณ์ - นายชุม สุกแสงเปล่ง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6299/2534ฎีกา 4/2508ฎีกา 9026/2553ฎีกา 1392/2564ฎีกา 6435/2555ฎีกา 21848/2555ฎีกา 681/2506ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 6/2475ฎีกา 8875/2542ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 730/2486ฎีกา 1795/2493ฎีกา 605/2511ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา